| วิธีการ defrost ที่ใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารโดยทั่วไป มีอยู่หลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ดังนี้
1. การ defrost โดยใช้อากาศ (Air Deforsting)
ผลิตภัณฑ์ที่นำมา defrost ด้วยวิธีนี้ ควรมีอุณหภูมิไม่เกิน 40 ° F เพราะหากผลิตภัณฑ์มีอุณหภูมิระหว่าง 40 ° F-140 ° F จะทำให้เชื้อแบคทีเรียและจุลินทรีย์ต่างๆ เจริญเติบโตได้
ข้อดีของวิธีการนี้ คือ ประหยัดไม่ต้องการใช้เครื่องมือที่ยุ่งยาก หรือเทคโนโลยีขั้นสูง นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์นั้น สามารถนำมาผ่านกระบวนการแช่เยือกแข็งได้อีกครั้ง (refrozen) โดยไม่ต้องนำไปผ่านการให้ความร้อน(cook) ก่อน
ข้อเสียของวิธีการนี้ คือ ใช้เวลานาน และพื้นที่จำนวนมาก
2. การ defrost โดยใช้การหมุนเวียนของน้ำเย็น (Cold Water Defrosting)
ข้อดีของวิธีการนี้ คือ วิธีการนี้จะรวดเร็วกว่าการdefrost โดยใช้อากาศ
ข้อเสียของวิธีการนี้ คือ ต้องกระทำการด้วยความระมัดระวัง คือ ผลิตภัณฑ์ต้องบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ ไม่มีรอยรั่ว เนื่องจากถ้าน้ำจากภายนอกเข้าไปถึงในตัวผลิตภัณฑ์จะทำให้เกิดลักษณธของเนื้อคล้ายฟองน้ำ (Sponge) มีผลทำให้คุณภาพเนื้อต่ำลง เช่น ผลิตภัณฑ์ประเภทเนื้อสัตว์ เนื้อไก่ เนื้อหมู เป็นต้น ข้อเสียอีกประการคือ ต้องใช้น้ำเป็นตัวกลางในการถ่ายเทความร้อนในปริมาณที่มาก ในการเพิ่มอุณหภูมิของผลิตภัณฑ์ อีกประเด็นที่สำคัญคือ การdefrost โดยใช้น้ำเย็นหมุนเวียนจะมีผลให้เกิดการสูญเสีย yield (Drip loss) สูงประมาณ 6%
3. การ defrost โดยอาศัยคลื่นไมโครเวฟ (Microwave Tempering)
วิธีการdefrost โดยใช้เทคโนโลยีคลื่นไมโครเวฟเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ สามารถทำให้อุณหภูมิของผลิตภัณฑ์จาก -18 ° C เพิ่มขึ้นมาถึง -4 ° C ได้อย่างรวดเร็วได้มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเนื้อไก่ เนื้อหมู หรืออุตสาหกรรมอาหารทะเล โดยใช้เวลา defrost ประมาณ 3-5 นาที
ข้อดีของวิธีการนี้ คือใช้เวลาในการdefrost ได้อย่างรวดเร็ว
ข้อเสียของวิธีการนี้ คือ สารผสมที่ไม่เป็นเนื้อเดียวกัน ความหนาแน่นไม่เท่ากันทุกจุด ยกตัวอย่าง เช่น เนื้อสัตว์ ซึ่งมีบางส่วนเป็นเนื้อ (lean) บางส่วนมีไขมันเป็นองค์ประกอบ โดยที่ไขมันมีความสามารถในการดูดซับพลังงานจากคลื่นไมโครเวฟได้ จึงมักเกิดความร้อนที่มากเกินไป จึงไม่สามารถทำให้ทุกส่วนมีอุณหภูมิเท่ากันหมดได้

ข้อจำกัด เทคโนโลยีคลื่นไมโครเวฟ ไม่สามารถทำให้อุณหภูมิของผลิตภัณฑ์สูงเกินกว่า -4 ° C ถึง -3 ° C ได้ เพราะผลิตภัณฑ์บางส่วนจะถูกทำให้สุก (Hot spot) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ด้วยคุณลักษณะของคลื่นความถี่ 915 MHz ซึ่งค่อนข้างสูง ทำให้ความยาวคลื่นสั้น ส่งผลทำให้การควบคุมทิศทางของตัวคลื่น ทำได้ยากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับ Radio Frequency
4. การdefrost โดยใช้คลื่นวิทยุความถี่ 27.12 MHz (Radio Frequency Defrosting)
การ defrost โดยใช้คลื่นวิทยุเป็นวิธีการที่ทันสมัยและใหม่ที่สุดเวลานี้ ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการdefrost โดยใช้วิธีนี้สามารถนำมาใช้ได้ทันที ในขณะเดียวกันสามารถแยกออกจาก frozen block ได้อีกด้วย
ด้วยเทคโนโลยีของคลื่นวิทยุ (radio frequency) ทำให้มีความสม่ำเสมอของสนามไฟฟ้าที่ดีกว่าคลื่นไมโครเวฟ และเนื่องจากคลื่นวิทยุมีความยาวคลื่นที่ยาวกว่าคลื่นไมโครเวฟ ทำให้ควบคุมทิศทางของคลื่นได้ดีกว่า 
การตัดสินใจเลือกใช้วิธี defrost ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้
- งบประมาณ
- กำลังการผลิต
- พื้นที่ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกใช้วิธี defrost หากเลือกวิธีการที่ทำได้รวดเร็วก็จะส่งผลต่อคุณภาพของผลิต ภัณฑ์ในทางที่ดีด้วย เนื่องจากในระหว่างการ defrost ผลิตภัณฑ์มีแนวโน้มที่จะเกิดการเสื่อมเสียได้ โดยเกิดจากปฏิกิริยาทางเคมี กายภาพ และจุลินทรีย์
|