ปิดหน้าต่าง
 
แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ : เพื่อพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันทางการค้า

บทนำ

    บรรจุภัณฑ์ในยุคนี้นอกจากการปกป้องรักษาสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังต้องออกแบบให้แข่งขันกัน อำนวยความสะดวกในการนำสินค้าออกใช้พร้อมทั้งคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการนำกลับมาผลิตใหม่ ( Recycle ) ได้ง่าย และช่วยกันลดทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ที่ผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์

    บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในเชิงพาณิชย์สามารถทำหน้าที่ของบรรจุภัณฑ์ได้ครบสมบูรณ์ ด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบปฐมภูมิ ( Primary ) หรือบรรจุภัณฑ์ชั้นในแบบทุติภูมิ ( Secondary ) หรือบรรจุภัณฑ์ชั้นที่ 2 และบรรจุภัณฑ์ขนส่ง บรรจุภัณฑ์แบบปฐมภูมิเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ติดอยู่กับสินค้า เช่น ถุงข้าวสาร ถุงแป้ง เป็นต้น ส่วนบรรจุภัณฑ์ทุติยภูมิเป็นบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุรวมถึงบรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิจำนวนมากกว่า 1 ชิ้นขึ้นไป เช่น กล่องยาสีฟัน ซองใส่ลูกกวาดหลายๆ เม็ดเข้าด้วยกัน บรรจุภัณฑ์ชิ้นที่ 2 นี้มักจะมีการออกแบบกราฟฟิกอย่างสวยงามพร้อมทั้งคำนึงถึงความแข็งแรงของโครงสร้างของสินค้าที่บรรจุด้วยบรรจุภัณฑ์ขนส่งใช้สำหรับการขนย้ายและจัดส่ง กล่องกระดาษลูกฟูกจะเป็นบรรจุภัณฑ์ขนส่งที่นิยมใช้มากที่สุด เมื่อมีการเรียงกล่องกระดาษลูกฟูกบนกระบะ ( Pallet ) พร้อมที่รัด หน่วยขนส่งนั้น จะกลายมาเป็นระบบบรรจุภัณฑ์ขนส่ง

    บรรจุภัณฑ์ที่ใช้เชิงอุตสาหกรรมมักจะใช้ในรูปของบรรจุภัณฑ์ระหว่างการผลิต ( Intermediate Packages ) สืบเนื่องจากวิวัฒนาการของกระบวนการผลิตมีการกระจาย การผลิตไปสู่อุตสาหกรรมย่อยต่างๆ มากขึ้นแทนที่การผลิตชิ้นส่วนทุกชิ้นภายในอาณาบริเวณเดียวกัน บรรจุภัณฑ์ระหว่างการผลิตนี้จะขนตั้งแต่วัตถุดิบ หรืออุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆ หรืออุตสาหกรรมรับจ้างผลิตมาประกอบในตัวโรงงานหลัก

บรรจุภัณฑ์อาหาร

    อุตสาหกรรมที่ใช้บรรจุภัณฑ์มากที่สุด คือ อุตสาหกรรมอาหาร เป็นที่ทราบกันดีกว่า วัสดุ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการแปรรูปเป็นบรรจุภัณฑ์มี 4 ประเภท คือ เยื่อกระดาษ โลหะ แก้ว และพลาสติก บรรจุภัณฑ์ที่แปรรูปจาก วัสดุทั้ง 4 นี้ แต่ละประเภทต่างมีจุดด้อยในคุณสมบัติเป็นเอกเทศของตัวเอง เช่น

  • กระป๋องโลหะขึ้นสนิทและรั่วได้
  • แก้วแตกหักได้ง่ายและมีน้ำหนักมาก
  • กล่องกระดาษดูดความชื้นและบุบสลายได้ง่าย
  • พลาสติกมีปัญหาการซึมผ่านและไม่ทนต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ

    บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุแต่ละประเภท จึงมีข้อบกพร่องของวัสดุแต่ละชนิดต่างกัน ซึ่งมีผลต่ออายุของการเติบโตรักษาผลิตภัณฑ์ที่บรรจุในบรจุภัณฑ์นั้น

    แนวโน้มของบรรจุภัณฑ์แต่ละประเภทดังกล่าวจึงเป็นเรื่องวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีต่างๆ ที่พยายามจะลดจุดบกพร่องของบรรจุภัณฑ์แต่ละประเภท โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภค ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กฎหมายและข้อบังคับใหม่ พร้อมทั้งความสามารถที่จะประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีใหม่ๆ ในเชิงพาณิชย์ด้วยค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม

บรรจุภัณฑ์พกพา ( Portable Packaging )

    ชีวิตประจำวันในยุค สหัสวรรษใหม่นี้ มนุษยชาติดูจะเร่งรีบกันมากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากการรับประทานอาหารภายในรถ หรือรับประทานอาหารในที่ทำงาน ด้วยเหตุนี้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถสนองความต้องการในชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไปนี้ จึงได้รับการขนานนามว่าบรรจุภัณฑ์พกพา และได้รับการพัฒนาออกมาในรูปของบรรจุภัณฑ์พกพาตามซุปเปอร์มาร์เก็ตพกพาตามซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ทั่วโลก

    บรรจุภัณฑ์ที่มีชื่อว่า บรรจุภัณฑ์พกพาประกอบด้วยคุณสมบัติต่างๆ เหล่านี้

  1. สามารถใช้มือมือเดียวหยิบ ถือได้ง่าย
  2. มีปริมาณบรรจุเพียงพอแก่การบริโภคได้เพียงคนเดียว ครั้งเดียว ( Single Serving Siz )
  3. มีการใช้งานอย่างสะดวก
  4. ปรุงสำเร็จและเตรียมได้ง่าย
  5. ไม่ต้องใช้เครื่องครัวต่างๆ พร้อมทั้งสามารถวางบนพื้นที่ราบและบริโภคสะดวก

    พิจารณาจากองค์ประกอบเหล่านี้ บรรจุภัณฑ์พกพาสามารถผลิตได้จากวัสดุต่างชนิดกัน แปรผันตามประเภทของผลิตภัณฑ์ได้จากวัสดุต่างชนิดกัน แปรผันตามประเภทของผลิตภัณฑ์ที่บรรจุใส่ อุตสาหกรรมที่มีวิวัฒนาการบรรจุภัณฑ์พกพามากที่สุด คือ อุตสาหกรรมอาหารจำพวกเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์นม ซึ่งพยายามจะส่งเสริมผลิตภัณฑ์เหล่านี้บริโภคเป็นอาหารว่าง ( Snack Food ) กอปรกับจุดมุ่งหมายที่ต้องการเก็บไว้ในสภาพบรรยากาศห้อง ( Room Atmosphere ) หรือที่เรียก Shelf-Stable Foods โดยไม่จำเป็นต้องเก็บในตู้เย็นระบบการบรรจุภัณฑ์จึงจำเป็นต้องใช้กระบวนการแปรรูป และบรรจุภัณฑ์ที่มีโครงสร้างพิเศษ เช่น การฆ่าเชื้ออุณหภูมิต่ำ การบรรจุแบบปลอดเชื้อ ( Aseptic Packaging ) เป็นต้น การบรรจุแบบปรับอากาศ ( Modified Atmosphere Packaging หรือ MPA ) การใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีปฏิกิริยาในตัว ( Active Packaging )

บรรจุภัณฑ์พลาสติก

    อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกนับเป็นอุตสาหกรรมที่มีการพัฒนาเคลื่อนไหวมากที่สุด และเป็นอุตสาหกรรมผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มีใช้มากเป็นอันดับสองรองจากอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษ ปริมาณยอดขายของบรรจุภัณฑ์พลาสติกมีประมาณ 1/3 ของยอดจำหน่าย บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ทั้งหมด มากกว่าครั้งหนึ่งของบรรจุภัณฑ์พลาสติก หรือประมาณ 60 % เป็นบรรจุภัณฑ์พลาสติกอื่นๆ ที่นิยมใช้มี ขวด ถาด ลัง เป็นต้น

    บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีการวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องในยุคนี้ คือ บรรจุภัณฑ์ของพลาสติกยืนหรือตั้งได้ ( Stand-up Pouch ) แม้ว่าถุงตั้งได้ได้รับความนิยมอย่างเชื่องช้า แต่ในประเทศฟิลิปปินส์ได้รับความนิยมมาก สาเหตุหนึ่งที่ถุงตั้งได้ได้รับความนิยมช้าแต่อย่างต่อเนื่อง เพราะโครงสร้างที่อ่อนนุ่มและความยากลำบากในการนำกลับไปผลิตใหม่ เนื่องจากโครงสร้างที่มีหลายชั้นและยุ่งยากสลับซับซ้อนคุณประโยชน์ที่ใช้วัสดุประมาณน้อยมากต่อหน่วยบรรจุภัณฑ์ของสินค้า ทำให้ถุงตั้งได้มีต้นทุนต่อหน่วยถูกกว่าบรรจุภัณฑ์ของสินค้า ทำให้ถุงตั้งได้มีต้นทุนต่อหน่วยถูกกว่าบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่น นอกจากนี้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของเครื่องจักรที่ผลิตและบรรจุได้เร็วขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยบรรจุลดลงกว่าเดิมการประหยัดปริมาตรในการจัดส่งซองเปล่าและซองที่บรรจุสินค้า เรียบร้อยแล้วก็นับได้ว่าเป็นคุณประโยชน์อีกประการหนึ่งของบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ ซองตั้งจึงเป็นคู่แข่งสำคัญของบรรจุภัณฑ์อื่นๆ เช่น ขวดแก้ว ขวดพลาสติก กระป๋องโลหะ

    รูปแบบของบรรจุภัณฑ์ซองตั้งได้สามารถปั๊มให้เป็นรูปแบบหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีการติดจุกเพื่อนำสินค้าออกใช้ ( Dispenser ) ได้มากเกือบ 100 แบบ ที่สามารถเปิดแล้วปิดใหม่ได้ หรือแม้กระทั่งการติดซิบพลาสติกบนซองยังเป็นไปได้ด้วย ด้วยรูปแบบหลากหลายในรูปทรงฝาปิด ทำให้สร้างความแปลกใหม่แก่ตัวสินค้า ณ จุดขาย พร้อมทั้งเอื้ออำนวยความสะดวกในการนำผลิตภัณฑ์ออกใช้

    ซองที่ใช้บรรจุภัณฑ์อาหารมักจำเป็นต้องมีอายุขัยที่แน่นอน ด้วยเหตุนี้ ชั้นในสุดของซองซึ่งมีผลต่อการปิดผนึกให้สนิทแน่นจึงมีบทบาทสำคัญมาก โดยปกติฟิล์มชั้นในสุดที่ทำหน้าที่ในการปิดผนึกด้วยความร้อนมักจะเป็นโครงสร้างของ ILDPE หรือ lonomer หรือ EVA เรียงตามคุณสมบัติในการปิดผนึก วิวัฒนาการใหม่ของเรซิ่น พลาสติกสำหรับจุดประสงค์การปิดผนึกนี้ คือ เมทตะโลซีน ( Metallocene ) ฟิล์มที่ได้จากเรซิ่นประเภทนี้ นอกจากจะให้ความแข็งแรงของการปิดผนึกด้วยความร้อนอย่างดีแล้ว ยังสามารถกำหนดความสามารถในการซึมผ่านให้มากหรือน้อยได้ โดยการเลือกใช้เรซิ่นที่มีความหนาแน่นแตกต่างกัน คุณสมบัติที่ไม่เหมือนเรซิ่นอื่นๆ ทำให้ฟิล์มที่ผลิตได้แปรรูปเป็นฟิล์มที่มีอัตราซึมผ่านสูง หรือรู้จักกันในชื่อที่ว่า ฟิล์มที่ปล่อยให้สินค้าหายใจได้ ( Breathable Film ) เพื่อใช้ในการห่อบรรจุผลิตผลธรรมชาติต่างๆ เช่น ผัก ผลไม้ ดอกไม้ เป็นต้น ซึ่งสามารถช่วยยืดอายุขัยของสินค้าเหล่านี้ได้

บรรจุภัณฑ์แก้ว

    บรรจุภัณฑ์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดนี้ ในปัจจุบันยังได้รับความนิยมในวงการที่ต้องการความสวยงามและดูมีคุณค่า นอกจากนี้ความจำเป็นและสวยงามและดูมีคุณค่า นอกจากนี้ความจำเป็นและความสะดวกในการนำมาผลิตใหม่และบรรจุใหม่ ทำให้บรรจุภัณฑ์แก้วได้รับการยอมรับว่า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    น้ำหนักของขวดแก้วโดยเฉลี่ยที่ใช้ในปัจจุบันจะหนักเพียงร้อยละ 60 ของขวดแก้วขนาดเดียวกันเมื่อ 50 ปี ที่แล้ว วิวัฒนาการใหม่ๆ ยังเกิดขึ้นอยู่เสมอตัวอย่างเช่น Owen lilinois ของสหรัฐอเมริกาที่เพิ่งค้นพบเทคโนโลยีที่เรียกว่า Cased Gof ที่สามารถลดน้ำหนักลงไปอีกร้อยละ 20 เทคโนโลยีใหม่นี้ นอกจากจะช่วยลดต้นทุนของบรรจุภัณฑ์แล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งอีกด้วย

    วิวัฒนาการของขวดแก้วนอกจากจะช่วยลดน้ำหนักของตัวขวดแล้ว แนวโน้มยังคงมุ่งสู่การตกแต่งขวดแก้วให้สวยงามมากยิ่งขึ้น เช่น การกัดผิวแก้วเป็นลายต่างๆ ( Etching Glass ) การเคลือบขวดแก้วด้วยสารเคมีพิเศษต่างๆ เช่น สารเคลือบเซรามิค ( Ceramic Enamel ) สารที่ใช้เคลือบหรือผสมในเนื้อแก้วจะวิวัฒนาการสู่ขวดแก้วที่ตกไม่แตก ( Unbreakable Glass ) ด้วยการผสมเนื้อแก้วกับโพลิเมอร์พิเศษบางชนิดและคงไม่นานเกินรอที่จะเห็นแก้วตกไม่แตกในอนาคตอันใกล้นี้

    หลังจากที่ขวด PET ได้รับการค้นพบและผลิตใช้ในเชิงพาณิชย์เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว ขวดแก้วเริ่มสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดตลอดมา โดยเริ่มจากอุตสาหกรรมน้ำอัดลม แล้วค่อยขยายสู่อุตสาหกรรมเครื่องชูรส รวมทั้งอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง แม้ว่าขวด PET จะสามารถเจาะตลาดได้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในบางวงการ เช่น อุตสาหกรรมเบียร์ ขวด PET ที่บรรจุเบียร์สามารถเจาะตลาดได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ตัวอย่างเช่น เบียร์ ที่จำหน่ายในสนามกีฬาเพื่อป้องกันเหตุการณ์ร้ายที่อาจเกิดในสนามกีฬา กล่าวโดยทั่วๆ ไปแล้ว ในบางประเทศที่นิยมดื่มเบียร์จากขวดโดยตรง เช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงนิยมเบียร์ที่บรรจุขวดแก้วเพราะความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของขวดแก้ว พร้อมทั้งความรู้สึกที่ดื่มจากขวดโดยตรงที่คุ้นเคยกับขวดแก้วมากกว่า นอกจากนี้ขวดแก้วยังสามารถเก็บความเย็นได้ดีกว่าขวดพลาสติก

    การใช้ฉลากหดรัดรูปทั้งหมด ( All Over Shrink Sleeves ) เริ่มได้รับความนิยม เนื่องจากฉลากดังกล่าวช่วยลดอุบัติเหตุบางส่วนเมื่อขวดแตก เนื่องจากการหดรัดรูปทั้งขวด และยังสร้างภาพพจน์ใหม่ๆ กับขวดเมื่อวางขายตามหิ้งหรือขวด กล่าวโดยสรุป บรรจุภัณฑ์แก้วยังคงสามารถรักษาคุณค่าในตลาดบางส่วน และภาพพจน์ความนิยมต่อสิ่งแวดล้อมยังเป็นกลยุทธ์ที่สามารถเจาะตลาดใหม่ๆ ได้

บรรจุภัณฑ์กระป๋อง

    บรรจุภัณฑ์อาหารที่ใส่ในกระป๋องยังคงต้องปกป้องส่วนแบ่งตลาดจากบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นแก้ว พลาสติก โดยเฉพาะอย่าง่ยิ่งจากการต้มได้ ( Retort Pouch )

    ในประเทศที่พัฒนาแล้ว อาหารกระป๋องมีความเจริญเติบโตค่อนข้างต่ำ คือ ไม่เกินร้อยละ 3 จุดด้อยอย่างหนึ่งของอาหารกระป๋อง คือ ไม่สามารถมองเห็นอาหารภายในได้ แม้ว่าจะมีความพยายามในการพัฒนากระป๋องพลาสติกใสที่มีการมองเห็นสินค้า แต่ก็ไม่เป็นที่ยอมรับ นอกจากนี้ความสามารถในการเก็บอาหารได้นานถึง 2 ปี กลับจะก่อให้เกิดผลเสีย เนื่องจากเก็บไว้นานเกินควรทำให้โอกาสเพิ่มยอดขายของอาหารกระป๋องลดน้อยลง

    ตามที่กล่าวมาแล้วในหัวข้อ บรรจุภัณฑ์พกพาชีวิตความเป็นอยู่โดยเฉลี่ยของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไปจำนวนสมาชิกในครอบครัวเริ่มลดน้อยลง หรือแม้แต่ในครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน โอกาสที่จะรับประทานอาหารพร้อมหน้ากันยิ่งลดน้อยลง นอกจากนี้ความนิยมและอุปนิสัยในการบริโภคของสมาชิกในครอบครัวเริ่มเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีโอกาสในการเลือกประเภทอาหารได้มากขึ้น ด้วยเหตุนี้อาหารกระป๋องมีแนวโน้มที่จะพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์พกพามากขึ้น อาจด้วยการออกแบบผ่าแบบปิดด้วยเปลวอลูมิเนียมเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเปิดบริโภค

    วิวิฒนาการของบรรจุภัณฑ์จะคล้ายกับบรรจุภัณฑ์แก้ว คือ มีการลดน้ำหนักของกระป๋องมาตลอดเวลาพร้อมๆ กับพัฒนากระป๋องให้เบาลง และยังคงต้องรักษามาตรฐานความแข็งแรงใกล้เคียงกัน การขึ้นรูปผิวกระป๋องให้เป็นหยักหรือเป็นร่อง ( Beading ) เป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้เพิ่มความแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นร่องที่เดินรอยตามเส้นรอบวง หรือร่องที่เดินตามแนวความสูงของกระป๋อง วิวัฒนาการใหม่คือ การจัดแนวร่องที่มีขนาดไม่เท่ากัน และมีระยะห่างแปรตามความต้องการบริเวณที่จะเสริมความแข็งแรง ( Varibead System ) การเดินร่องแบบใหม่นี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงบริเวณที่อ่อนแอที่สุด เพื่อลดโอกาสโป่งตัวเมื่อมีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน

    วิวัฒนาการใหม่ของกระป๋องที่ได้รับความนิยมมาหลายปีแล้ว แต่ยังไม่ได้มีโอกาสพบเห็นในเมืองไทย คือ กระป๋องแปรรูปทรงได้ ( Contour Pack ) ใช้วิธีการแบ่งตัวผิวของกระป๋องให้ได้ตามรูปทรงที่ต้องการ เพื่อเพิ่มความสนใจในการวาง ณ จุดขาย

บรรจุภัณฑ์รวมกลุ่ม ( Multitasks )

    บรรจุภัณฑ์รวมกลุ่ม ถือเป็นบรรจุภัณฑ์ทุติยภูมิท ี่มีส่วนช่วยในการกระจายสินค้าออกสู่ท้อง ตลาดมากขึ้น พร้อมทั้งสนองตอบความต้องการของผู้ซื้อและผู้บริโภค บรรจุภัณฑ์รวมกลุ่มมักจะมีผลต่อการกระตุ้นให้ เกิดความต้องการของผู้ซื้อ ณ จุดขาย ด้วยราคาต่อหน่วยที่ต่ำกว่าเมื่อซื้อปริมาณมากขึ้น

    สภาวะการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ กลยุทธ์อย่างหนึ่งคือ การระบายสินค้าเพื่อรับเงินสดมาให้เร็วมากที่สุด แม้ว่ากำไรต่อหน่วยของสินค้าในบรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิจะลดลงก็ตามรูปแบบของบรรจุภัณฑ์รวมกลุ่มมักจะห่อรวมโดยใช้ฟิล์มรัดรูป หรือกล่องกระดาษแข็งที่พิมพ์สอดสีอย่างสวยงาม

    บรรจุภัณฑ์รวมกลุ่มมักจะห่อรวมบรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิจำนวน 6 หน่วย และมีแนวโน้มจะมีการบรรจุจำนวนหน่วยมากขึ้น เช่น บรรจุมากถึง 12 หน่วยต่อหน่วยงานรวมเมื่อมีปริมาณต่อหน่วยบรรจุมากขึ้นบรรจุภัณฑ์กระป๋องอลูมิเนียมจะมีภาษีดีกว่า เนื่องจากมีน้ำหนักเบากว่า

    แนวโน้มตลาดยุโรปและญี่ปุ่นจะใช้บรรจุภัณฑ์ รวมกลุ่มแบบกระดาษที่ปิดสนิทมากกว่า เนื่องจากความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของกระดาษ พร้อมทั้งมีการบรรจุหลายหน่ายมากขึ้น อุตสาหกรรมเครื่องบรรจุภัณฑ์ได้ตอบสนองความต้อกการนี้ด้วยการออกแบบเครื่องจักรที่สามารถห่อได้เร็วถึง 350 ห่อของหน่วย บรรจุภัณฑ์ 6 หน่วย ซึ่งนับได้ว่าเป็นเครื่องจักรที่สามารถห่อรวมกลุ่มได้เร็วที่สุดในโลก

    ในตลาดระดับล่าง บรรจุภัณฑ์รวมกลุ่มโดยใช้ฟิล์มห่อรัดรูปแบบไม่มีการพิมพ์พร้อมทั้งไม่มีแผ่นกระดาษรองรับข้างล่าง จะมีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้กับสินค้าจำพวกน้ำดื่ม น้ำผลไม้ และอาหารกระป๋องเพื่อช่วยประหยัดต้นทุนบรรจุภัณฑ์

บรรจุภัณฑ์ระหว่างการผลิต ( Intermediate Package )

    ในอดีตบรรจุภัณฑ์ระหว่างการผลิตที่ใช้ขนส่ง ส่วนประกอบของสินค้ามักจะใช้กล่องกระดาษลูกฟูก โดยปกติกล่องลูกฟูกแต่ละใบเมื่อใช้เพียงไม่กี่เที่ยวก็จะเริ่มเสียหาย โดย เฉพาะอย่างยิ่งในฤดูฝน ในกรณีที่ใช้ขนส่งระหว่างประเทศจะใช้เพียงครั้งเดียว และสร้างภาระให้แก่ผู้ใช้ปลายทางในการกำจัดทิ้ง เพื่อช่วยในการลดมลภาวะของบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ การใช้บรรจุภัณฑ์ระหว่างการผลิตแบบใช้ซ้ำหรือแบบคืนได้จะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ รวมกระทั่งการใช้ขนส่งระหว่างประเทศโดยมีการจัดตั้งบริษัทในเครือตามประเทศต่างๆ ในการ รวบรวมบรรจุภัณฑ์เหล่านี้เพื่อส่งต่อในอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้ใช้ต่อไปโดยไม่จำเป็นต้องส่งกลับประเทศเดิมหรือทำลายทิ้ง

    บรรจุภัณฑ์ระหว่างการผลิตแบบใช้ได้หลายครั้งนี้มักจะทำเป็นลังพลาสติกที่พับได้ โดยใช้วัสดุที่ทนทานสามารถป้องกันสินค้าได้ดีกว่ากล่องลูกฟูกทั่วไป ผู้ใช้บรรจุภัณฑ์ที่นำกลับไปใช้ใหม่เหล่านี้จะลดภาระในการเก็บคงคลัง การดูแลรักษา และเมื่อมีการใช้อย่างกว้างขวางย่อมจะมีต้นทุนถูกกว่ากล่องกระดาษล ูกฟูกที่ใช้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง

    ความสามารถในการติดตาม บรรจุภัณฑ์ระหว่างการผลิตแบบใช้ซ้ำได้นี้ สามารถนำมาปฏิบัติใช้งานได้ง่ายด้วยการติดสัญลักษณ์รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดทำให้ผู้ประกอบการบริการ บรรจุภัณฑ์ระหว่างการผลิตสามารถติดตามปริมาณและเที่ยวการเดินทางได้ โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ช่วย คล้ายคลึงกับระบบคอนเทนเนอร์ที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในธุรกิจการขนส่งระหว่างประเทศ

    สัญลักษณ์รหัสแท่งที่ติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์ระหว่างการผลิต จะได้รับการอ่านโดยใช้สแกนเนอร์ทุกครั้งที่มีการส่งหรือรับสินค้า เนื่องจากรหัสที่ใช้เป็นรหัสประจำของบรรจุภัณฑ์นั้นๆ จะไม่มีซ้ำกันทำให้ผู้ประกอบการบริการให้เช่าบรรจุภัณฑ์ระหว่างการผลิตนี้ สามารถทราบถึงปริมาณของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ได้ตามจำนวนที่ต้องการในประเทศที่พัฒนาแล้ว ระบบให้เช่าบรรจุภัณฑ์ระหว่างการผลิตสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50

    ตัวอย่าง บรรจุภัณฑ์ระหว่างการผลิตที่ใช้ซ้ำได้หลายครั้งจะเป็นลังพลาสติกที่ผลิตจาก PP พร้อมบานพับและสารรัดทำจากวัสดุแบบเดียวกัน ดังนั้นบรรจุภัณฑ์สามารถเปิดบรรจุแล้วปิดได้ง่าย และเมื่อใช้จนหมดสภาพการใช้งานก็สามารถนำไปย่อยสลายได้ง่ายเนื่องจากทำจากวัสดุเดียวกันหมด เมื่อใช้ขนส่งเสร็จภาระกิจแล้วนำส่งไปโรงงานใหม่ จะสามารถพับเป็นตัวเอ็ม ( M ) เพื่อนำส่งไปใช้ใหม่ได้อย่างสะดวกและลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ตัวบรรจุภัณฑ์เองมีสมรรถนะในการใช้งานได้สูง โดยสามารถบรรจุได้มากถึง 200-500 กิโลกรัม โดยไม่มีปัญหาใด

    ที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างเดียวของบรรจุภัณฑ์ระหว่างการผลิตแบบพับได้ในอุตสาหกรรมต่างๆ จะทวีความสนใจในการใช้ บรรจุภัณฑ์ประเภทนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

การออกแบบ ( Design )

    แนวโน้มในการออกแบบกราฟิกในบรรจุภัณฑ์จะยังคงวนเวียนอยู่กับวิธีการกระตุ้นให้เกิดความต้องการในสินค้า ณ จุดขาย ตราสินค้าจะเป็นกลยุทธิ์หนึ่งที่ใช้ในการสร้างความมั่นใจที่มีต่อผู้ผลิตสินค้านั้นๆ นอกจากนี้การใช้ตราขององค์กร ( Corporate Identity ) จะเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ในบริษัทมหาชนทั้งหลาย เช่น ความสำเร็จในการกระตุ้นจิตสำนึกในตราองค์กรของ DTAC อย่างไรก็ตามแนวทางการออกแบบยังคงใช้ความง่ายในการจดจำ ความชื่นตาชื่นใจ ( D Light ) ที่ได้เห็นเพื่อสร้างโอกาสที่จะขายสินค้าต่อเนื่องไปได้ เช่น D juice ที่เพิ่งออกสู่ตลาดส่วนแนวทางในการออกแบบบรรจุภัณฑ์จะมุ่งเข้าสู่สัจธรรม ในข้อที่ว่า “ บอกข้าซิว่าเป็นอะไร และข้านี่แหละจะเป็นคนตัดสินใจ ” ( Tell me what is .l will make my own decision )

    การสร้างภาพพจน์ของตัวสินค้ายังเป็นอยู่เสมอ เนื่องจากเป็นสื่อที่ผู้ซื้อรับรู้และมีสัมพันธ์ด้วยจากความประทับใจที่ได้ใช้หรือบริโภคสินค้านั้นๆ ตัวอย่างที่เกิดในสหรัฐอาจเป็นลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้าที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ ทั่วโลกสำนักงานจดทะเบียนตราสินค้าและสิขสิทธิ์ในประเทศสหรัฐอเมริกา ( Patent and Trademark Office หรือ PTO ) ได้รายงานว่ารอบ 10 ปีที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ.1990 การยื่นขอจดตราสินค้าเพิ่มขึ้นสูงถึง 4 เท่าตัว โดยแต่ละปีมีอัตราเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20 ต่อปี และประเมินว่า อีก 5 ปี ข้างหน้าปริมาณการยื่นขอตราสินค้าจะเพิ่มมากถึง 1 ล้านรายต่อปี

    บทสรุปการออกแบบบรรจุภัณฑ์ในสหัสวรรษนี้พอสรุปได้ว่า การลอกเลียนแบบและตราสินค้าที่สลับซับซ้อนอีรุงตุงนัง ( Redundant Brands ) คงจะไม่สามารถอยู่รอดได้ ณ จุดขาย

สภาวะสิ่งแวดล้อม

    ความจำเป็นในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นหัวใจสำคัญต่อความสำเร็จของบรรจุภัณฑ์ในยุคนี้ วิธีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุด คือ การลดประมาณวัสดุบรรจุภัณฑ์ ( Source Reduction ) ซึ่งสามารถกระทำได้หลายวิธี เช่น การลดน้ำหนัก การลดปริมาตร การลดความสลับซับซ้อนของความหลากหลายของวัสดุ ( Less Composite Materials ) พัฒนาสินค้าให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ส่งปริมาณสินค้าต่อหน่วยบรรจุภัณฑ์ให้มากขึ้น เป็นต้น

    สำหรับการลดน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์ท ี่ใช้ในวงการอุตสาหกรรม บรรจุภัณฑ์ได้มีการพัฒนาในหลายๆ ด้านดังต่อไปนี้

  • ปริมาณอลูมิเนียมที่ใช้บนกระป๋องอลูมิเนียมได้ลดน้ำหนักลงจาก 20 กรัม / กระป๋อง ในปี ค.ศ. 1972 มาเหลือ 15 กรัม /กระป๋อง ในปี ค.ศ. 1990 แม้ว่า 5 กรัม /กระป๋อง ที่ลดลงนี้อาจจะดูเป็นจำนวนน้อยมาก แต่ถ้าพิจารณาจากสภาพรวมของกระป๋องที่ใช้น้ำหนักลดลงนี้จะมีค่ามหาศาล
  • บรรจุภัณฑ์แก้วขนาด 16 ออนซ์ ได้ลดน้ำหนักจาก 255 กรัม/ขวด ในปี ค.ศ. 1980 ลดลงเหลือ 177 กรัม / ขวด ใน 10 ปี ต่อมา
  • ขวด PE ที่ผลิตได้ 68 กรัม ในปี ค.ศ. 1980 สามารถลดลงได้ต่ำกว่า 50 กรัม

    ในปัจจุบันน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่ลดลงเหล่านี้ย่อมช่วยลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจพร้อมทั้งลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและลดภาระในการกำจัดบรรจุภัณฑ์

บทสรุป

    แนวโน้มการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ย ่อมแปรตามสภาวะการดำรงชีพของผู้บริโภค บรรจุภัณฑ์พกพา เป็นตัวอย่างหนึ่งการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เปลี่ยนไปเพื่อสนองตามผู้ใช้บรรจุภัณฑ์ ในขณะเดียวกันขั้นตอนการผลิตที่เปลี่ยนแปลงที่ใช้อุตสาหกรรมสนับสนุนมากขึ้น ส่งผลให้บรรจุภัณฑ์ระหว่างการผลิตทวีความสำคัญมากขึ้น

    ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดการพัฒนาบรรจุภัณฑ์รูปแบบต่างๆ กันไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุ ใด หัวใจสำคัญในการพัฒนา คือ ความพยายามลดจุดด้อยของบรรจุภัณฑ์แต่ละชนิด ในเวลาเดียวกัน กระแสของการรักษาสิ่งแวดล้อมในประเทศที่พัฒนาแล้ว ส่งผลให้เทคโนโลยีต่างๆ ที่คิดค้นขึ้นมาพยายามมุ่งสู่การใช้วัสดุที่น้อยลงและเพิ่มความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

 

ที่มา : หนังสืออุตสาหกรรมสาร ปีที่ 46 ฉบับที่ 4 ประจำเดือน ก.ค. - ส.ค 2546 หน้าที่ 30-37

 

 
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร
35 เทคโนธานี คลองห้า ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 10120
โทร.: (662) 577-9000, 577-9155-56
โทรสาร : (662) 577-9128, 577-9009

E-mail :