New Member >>
  
คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด >>
   
คลิกที่นี่ >>
  
คลิกที่นี่เพื่อดูรายชื่อเว็บไซต์ >>
   
คลิกที่นี่ >>
  
คลิกที่นี่ >>
  
คลิกที่นี่ >>
  
คลิกที่นี่>>
  
คลิกที่นี่>>

     ในการประชุมระดับชาติ “นักธุรกิจพบนักวิทยาศาสตร์” เนื่องในงานเทิดพระเกียรติ “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และ “วันเทคโนโลยีของไทย” ในวันศุกร์ที่ 21 – วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2548

คลิกที่นี่เพื่ออ่านรายละเอียด >>

  

  เก็บตกจากงานสัมมนาทางวิชาการ แม่โจ้ : ศาสตร์แห่งลำไย       เมื่อวันที่ 25-26 พฤศจิกายน2548 ที่ผ่านมา คณะทำงานโครงการได้มี โอกาสเข้าร่วมสัมมนาทางวิชาการแม่โจ้ : ศาสตร์แห่งลำไย ซึ่งจัดขึ้น โดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเป็นการนำเสนอผลงานวิจัย และตรวจเอกสารที่เกี่ยวข้อง ในสาขาเกษตรศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร และสังคมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต และการตลาดลำไยทั้งในและต่างประเทศ โดยในงานสัมมนาในวันแรก ทั้งภาคเช้าและภาคบ่ายเป็น รูปแบบของการเสวนา

คลิกที่นี่>>

  

      โครงการวิจัยทางด้านอาหารของ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ที่พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี

คลิกที่นี่เพื่ออ่านรายละเอียด >>

ผักสด
     จากสถิติการเกษตรของประเทศไทย ศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรโดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร แสดงมูลค่าการส่งออกdางการเกษตรที่สำคัญ พบว่า สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์มีมูลค่าการส่งออกในปีพ.ศ. 2546 สูงถึง 804,189 ล้านบาท จากมูลค่าสินค้าส่งออกทั้งหมด 3,330,006 ล้านบาท คิดเป็น 24.15 % ของมูลค่าสินค้าส่งออกทั้งหมด เห็นได้ว่าประเทศไทยสามารถผลิตพืชผลทางการเกษตรหลายอย่างใน ปริมาณเพียงพอสำหรับใช้ภายในประเทศและหลายชนิดเหลือส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ปัจจุบันความจำเป็นในการเร่งเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรมีมากขึ้น การหาทางลดความสูญเสียหลังจาก การเก็บเกี่ยวแล้วจึงมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นด้วย ตั้งแต่วันเก็บเกี่ยวจนถึงนำไปบริโภค ผลิตผลของพืชสวนเกิดความสูญเสียได้ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ การจะลดความสูญเสีย เหล่านี้ให้น้อยลงจำเป็นต้องมีความเข้าใจในปัจจัยด้านชีววิทยาและสิ่งแวดล้อมที่เป็นสาเหตุให้เกิด ความสูญเสียนั้น และใช้วิธีการทางเทคโนโลยีทั้งหลายที่มีอยู่เพื่อชะลอการสุกงอมและรักษาคุณภาพเอา ไว้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผักสดเป็นส่วนของพืชที่ยังมีชีวิต จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาภายหลัง ที่เก็บเกี่ยวแล้ว การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้แม้จะมีบางอย่างเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค แต่ส่วนใหญ่แล้ว ผู้บริโภคมักไม่ชอบ การเปลี่ยนแปลงของผักสดภายหลังเก็บเกี่ยวนี้จะเกิดตลอดเวลา แต่สามารถชะลอ ให้ช้าลงได้ในขอบเขตหนึ่ง การสุกงอมนั้นเป็นระยะสุดท้ายของขบวนการเจริญเติบโตของอวัยวะพืช ซึ่งในที่สุดเซลก็จะแตกสลายและหมดอายุลง โดยธรรมชาติ พืชสวนจะมีลักษณะภายนอก (เช่น ราก ลำต้น ใบ ดอก และผล ฯลฯ) ส่วนประกอบและสรีระทั่วไปแตกต่างกัน ดังนั้นวิธีปฏิบัติและคำแนะนำในการยืดอายุของผลิตผลภายหลังเก็บเกี่ยวเพื่อให้คงคุณภาพ จึงขึ้นอยู่กับชนิดของพืชนั้นๆ ผลิตผลสดของพืชสวนแทบทั้งหมดมักมีปริมาณน้ำสูง ดังนั้นจึงเหี่ยวและชอกช้ำง่าย เป็นเหตุให้แบคทีเรียและเชื้อราเข้าทำอันตรายได้ง่ายด้วย
ปัจจัยด้านชีววิทยาที่เป็นสาเหตุให้ผลิตผลเสื่อมคุณภาพ
   1. การหายใจเป็นกระบวนการ Catabolic ที่สารอินทรีย์ทั้งหลาย ซึ่งพืชสะสมไว้ (แป้ง โปรตีน ไขมัน) ถูกเปลี่ยนให้เป็นสารประกอบที่มีโครงสร้างไม่สลับซับซ้อน พร้อมกับปลดปล่อยพลังงานออกมาในเวลาเดียวกัน ผลิตผลของพืชจะใช้ออกซิเจนในกระบวนการดังกล่าวนี้และขณะเดียวกันก็จะสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้น
   2. อาหารที่ผลิตผลเก็บสะสมไว้ และต้องสูญเสียไปเนื่องจากการหายใจนั้น ซึ่ง หมายถึง
        - สูญเสียอาหารที่เก็บไว้ในเนื้อเยื่อต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุให้ผลิตผลนั้นเกิดการสุกงอมเต็มที่ในที่สุด
       - สูญเสียคุณค่าทางอาหาร (และพลังงาน) ที่ผู้บริโภคควรจะได้รับ
       - รสเสียไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งความหวาน        - สูญเสียน้ำหนักแห้ง (สำคัญยิ่งสำหรับผลิตผลที่ขายในลักษณะที่ต้องตากหรืออบแห้งแล้ว)
   3. พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาในรูปของความร้อนนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพิจารณาใช้เทคโนโลยีหลังเก็บเกี่ยว เช่น เป็นปัจจัยที่ใช้ใน การกำหนดความต้องการว่าจะต้องแช่เย็นในอุณหภูมิต่ำขนาดไหน หรือต้องให้มีอากาศถ่ายเทมากน้อยเพียงใด เป็นต้น
   4. อัตราความสูญเสีย (เน่า) ของผลิตผลที่เก็บเกี่ยว โดยทั่วไปจะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับอัตราของการหายใจ ได้มีการจัดแบ่งกลุ่ม ของผักออกเป็นหมวดหมู่ ตามอัตราการหายใจ ดังแสดงในตารางที่ 1
ตารางที่ 1 การจำแนกกลุ่มของผัก ตามอัตราการหายใจ

 

ต่ำมาก

ต่ำ

ปานกลาง

สูง

สูงมาก

สูงที่สุด

น้อยกว่า 5

5 – 10

10 – 20

20 – 40

40 – 60

มากกว่า 60

  ถั่ว

  หัวหอม, มันฝรั่ง

  กะหล่ำ, แครอท, ผักกาดหอม, มะเขือเทศ, พริกไทย

  ดอกกะหล่ำ, ถั่วลิสง, อาโวกาโด

  อาร์ติโชค

  หน่อไม้ฝรั่ง, บรอคโคลี่, เห็ด, ผักขม, ข้าวโพดหวาน

5  ผักต่างๆ สามารถจำแนกออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 2 กลุ่ม เช่นเดียวกับผลไม้ โดยพิจารณาจากพฤติกรรมของการหายใจระหว่างการสุกแก่ ดังนี้
            •  Climacteric group
            •  Non-climacteric group ได้แก่ มะนาวฝรั่ง, มะนาว, พริก, แตงกวา
การสร้างสารเอทธิลีน ( ethylene)
  • สารเอทธิลีน เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มีโครงสร้างไม่สลับซับซ้อน มีอิทธิพลต่อกระบวนการทางสรีรวิทยาของพืช เป็นผลิตผลตามธรรมชาติที่กลุ่มเซลของพืชชั้นสูง และ จุลินทรีย์บางชนิดสร้างขึ้นจากกระบวนการ metabolism
  • ผักแต่ละชนิดมีการสร้างสารเอทธิลีนมากน้อยแตกต่างกัน การจำแนกกลุ่มของผัก ดังกล่าวตามอัตราการสร้างสารเอทธิลีนมีแสดงไว้ในตารางที่ 2
ตารางที่ 2 การจำแนกกลุ่มของผักตามลักษณะการผลิตเอทธิลีน

ต่ำมาก

ต่ำ

ปานกลาง

สูง

สูงมาก

•  – 0.1

•  – 1.0

•  – 10.0

10.0 -100

มากกว่า 100

ผักกินใบ, ผักกินหัว, มันฝรั่ง

แตงกวา, บวบเหลี่ยม, พริก

มะเขือเทศ

-

-

การเปลี่ยนแปลงของส่วนประกอบของผลิตผล
  1. ในระหว่างที่ผลิตผลของพืชกำลังเจริญเติบโต และสุกแก่อยู่บนต้นนั้น รงควัตถุ (pigments) มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง แต่ภายหลังการเก็บเกี่ยวการเปลี่ยนแปลงที่จะกล่าวต่อไปนี้อาจเกิดขึ้น ต่อเนื่องกันไป ซึ่งอาจเป็นที่ต้องการหรือเป็นผลเสียก็ได้
    - การสูญเสียคลอโรฟิลล์ (สีเขียว) ไม่ดีสำหรับผัก
    - การเกิด carotenoids (สีเหลืองและส้ม) สีแดงของมะเขือเทศนั้น เกิดจากสาร carotenoid ที่เรียกว่า lycopene ส่วน beta-carotene เป็นสารซึ่งต่อไปจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ ดังนั้นจึงมีคุณค่าทางอาหารมาก
    - การเกิด anthocyanins (สีแดงและน้ำเงิน) สารนี้มีคุณสมบัติละลายน้ำได้ง่ายกว่า carotenoids
    - การเปลี่ยนแปลงของ anthocyanins และสารประกอบ phenol อื่นๆ ทำให้ส่วนของเนื้อกลายเป็นสีน้ำตาล ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ
  2. การเปลี่ยนแปลงคาร์โบไฮเดรท ประกอบด้วย
    - แป้งเปลี่ยนเป็นน้ำตาล (ไม่ดีสำหรับมันฝรั่ง)
    - น้ำตาลเปลี่ยนเป็นแป้ง (ไม่ดีสำหรับเมล็ดถั่วที่รับประทานสดและข้าวโพดหวาน)
    - แป้งและน้ำตาลเปลี่ยนเป็นคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ ในขณะหายใจ
  3. การสลายตัวของเพคตินและสารโพลีแซคคาไรด์อื่นๆ ทำให้พืชผักนิ่มเป็นสาเหตุให้ชอกช้ำได้ง่าย
  4. การเปลี่ยนแปลงของกรดอินทรีย์ โปรตีน กรดอะมิโน และ ลิปิด ซึ่งมีอิทธิพลต่อคุณภาพในด้านรสชาติของผลิตผล
  5. การสูญเสียปริมาณวิตามิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรด ascorbic (วิตามินซี) ทำให้คุณค่าทางอาหารเสื่อมลง
  6. การสร้างกลิ่นหอมในขณะผลสุก ถือว่ามีความสำคัญยิ่งในด้านการเพิ่มคุณภาพของผลิตผล การเจริญเติบโตและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ
    1. การงอกของมันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ กระเทียม และพืชหัว ทำให้คุณค่าในการใช้ประโยชน์ลดลงและเน่าเร็ว การงอกของรากหัวหอม และพืชหัวก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ต้องการเช่นเดียวกัน
    2. ภายหลังที่ถูกเก็บจากต้นแล้ว ยอดหน่อไม้ฝรั่งยังสามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ ซึ่งหากนำมาวางกับพื้นจะมีการยืดตัวทั้งในแนวตั้ง และแนวโค้ง ทำให้เกิดส่วนที่แข็งกระด้าง รับประทานไม่ได้เพิ่มมากขึ้น
    3. เมล็ดที่งอกตั้งแต่ยังอยู่ในผล เช่น มะเขือเทศ พริกไทย ฯลฯ เป็นคุณสมบัติที่ไม่ต้องการ การคายน้ำและการสูญเสียน้ำ การสูญเสียน้ำถือ เป็นสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งของการเสื่อมของผลิตผล เพราะทำให้เสียน้ำหนัก ตลอดจนรูปร่างและเนื้อด้อยค่าลงในทางการค้า เพราะความเหี่ยวเฉา ความเสื่อมทางสรีระ 1. การเก็บผลิตผลในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดการเสื่อมทางสรีระ เช่น - เกิดความเสียหายเมื่อเก็บในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเหมาะสมของผลิตผลนั้นๆ - เสียหายเนื่องจากเก็บผลิตผลไว้ในอุณหภูมิที่สูงกว่าจุดเหมาะสม และต่ำกว่า 5-15 องศาเซลเซียส (41-59 องศาฟาเรนไฮด์) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพืชเมืองร้อนและกึ่งร้อน ความเสียหายนี้อาจปรากฏ ออกมาในลักษณะของการเปลี่ยนสีของผิวและเนื้อ ช้ำหรือเป็นโพรงสุกไม่เท่ากัน หรือไม่สุกเลย รสชาติจืดชืด ผิวเกิดรา และเน่าง่าย - เกิดความเสียหายเนื่องจากถูกแสงแดด หรือเก็บในที่ร้อนเกินไป ทำให้ผิวไหม้หรือพอง สุกไม่สม่ำเสมอ นิ่มหรือแห้งเกินไป 2. ความผิดปกติทางสรีระบางอย่าง เกิดจากความไม่สมดุลของธาตุอาหารก่อนที่ผลิตผลนั้นจะถูกเก็บเกี่ยว เช่น การขาดธาตุแคลเซี่ยม ทำให้มะเขือเทศเกิดโรคดอกเน่า 3. พืชผักทุกชนิดเสื่อมคุณภาพทางสรีระ เมื่อมีปริมาณออกซิเจนต่ำ และคาร์บอนไดออกไซด์สูง ความเสียหายภายนอก ความเสียหายของผิวภายนอก เช่น การเกิดแผลถลอกหรือช้ำ เป็นตัวการสำคัญทำให้ผลิตผลเสื่อมคุณภาพ ความชอกช้ำที่เกิดจาก เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บเกี่ยว แม้จะมองไม่เห็นแต่ก็ก่อให้เกิดการสูญเสียน้ำและเน่าเสียได้ การเกิดโรค สาเหตุส่วนใหญ่ที่ผลิตผลเกิดเน่าเสียนั้นเป็นเพราะเชื้อโรคเข้าทำลายทางบาดแผล ที่เกิดจากการใช้เครื่องมือในการเก็บเกี่ยว แต่มีบางกรณีที่เชื้อโรคสามารถเข้าทำลายพืชผลที่ไม่มีบาดแผลได้
ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นสาเหตุให้ผลิตผลเสื่อมคุณภาพ
1. อุณหภูมิ เป็นปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญยิ่งต่ออัตรา การเสื่อมของผลิตผลภายหลังเก็บเกี่ยว อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 10 องศาเซลเซียส (18 องศาฟาเรนไฮด์) จากอุณหภูมิที่เหมาะสมจะทำให้ผลิตผลเสื่อมคุณภาพเร็วขึ้น 2-3 เท่า เมื่อเก็บผลิตผลไว้ในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม จะทำให้เกิดความผิดปกติทางสรีระดังกล่าว อุณหภูมิมีผลต่อการเกิดสารเอทธิลีน ลดออกซิเจน และเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ ตลอดจนการเกิดและการเจริญเติบโตของโรค โรคบางชนิด เช่น เชื้อ Rhizopus ไม่ชอบอุณหภูมิต่ำ ดังนั้นภายหลังเก็บเกี่ยว ถ้าเก็บผลิตผลในอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียสทันที ก็จะช่วยลดการเกิดโรคนี้ได้
ผลของอุณหภูมิที่มีต่อพืชผักแสดงดังตารางที่ 3

ผลิตผลที่ไม่เกิด chilling injury เช่น Artichokes, หน่อไม้ฝรั่ง, ถั่วลิมา, บรอคโคลี่, กะหล่ำดาว, กะหล่ำปลี, แครอท, กะหล่ำดอก, คื่นฉ่าย, ข้าวโพดหวาน, กระเทียม, ผักกาดหอม, หัวหอม, หัวไชเท้า, ผักขม

ต่ำกว่า 0

 

ความเสียหายเนื่องจากจุดเยือกแข็ง

0 – 3

 

ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมในการขนส่งและเก็บรักษา

20 – 25

 

ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการสุกของผลไม้

สูงกว่า 30

ความเสียหายเนื่องจากอุณหภูมิสูง

ผลิตผลที่เกิด chilling injury เช่น ถั่วสแนป, แตงกวา, มะเขือ, กระเจี๊ยบ, พริก, มันฝรั่ง, ฟักทอง, มันเทศ, มะเขือเทศ

ต่ำกว่า 0

ความเสียหายเนื่องจากจุดเยือกแข็ง

0 - 10

ความเสียหายเนื่องจากอุณหภูมิต่ำทำให้ผลไม้ไม่สุก

20 - 25

ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการสุกของผลไม้

สูงกว่า 30

ความเสียหายเนื่องจากอุณหภูมิสูง

2. ความชื้นสัมพัทธ์ พืชผักจะสูญเสียน้ำในอัตรามากน้อยเพียงใด นั้นขึ้นอยู่กับความแตกต่างของความดันไอน้ำระหว่างพืชผลกับบรรยากาศ ซึ่งถูกควบคุมโดยอุณหภูมิ และ ความชื้นสัมพัทธ์ ณ อุณหภูมิหนึ่ง อัตราการสูญเสียน้ำของพืชผักนั้นขึ้นอยู่กับความชื้นสัมพัทธ์ และในขณะเดียวกันที่ความชื้นสัมพัทธ์หนึ่งนั้น เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นการสูญเสียน้ำก็จะเพิ่มมากขึ้น
3. สภาพบรรยากาศ การที่ออกซิเจนลดลงและปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น จะโดยธรรมชาติ หรือสภาพที่ปรุงแต่งขึ้นก็ตาม (เช่น ในห้องควบคุมอุณหภูมิ) ก็อาจมีผลดีและผลเสียต่อการเน่าเสียของพืชผัก ซึ่งจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับชนิดของพืชผัก พันธุ์ อายุ ระดับของออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ อุณหภูมิและระยะเวลาที่เก็บพืชผลนั้นไว้
4. สารเอทธิลีน ผลอันเกิดจากสารเอทธิลีนในผลิตผลพืชสวนที่เก็บเกี่ยวมาอาจ เป็นที่ต้องการหรือไม่ก็ได้ ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง
5. แสง ไม่ควรให้มันฝรั่งถูกแดด เพราะจะทำให้หัวมันเปลี่ยนเป็นสีเขียวได้ เนื่องจากมีการสร้างคลอโรฟิลล์ และ/หรือ solanine ซึ่งมีพิษเมื่อบริโภค
6. ปัจจัยอื่นๆ สารเคมีหลายชนิด (ยาฆ่ารา สารเร่งการเจริญเติบโต ฯลฯ) เมื่อถูกนำมาใช้กับพืชผลแล้วอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความเสื่อมคุณภาพได้
วิธีการทางเทคโนโลยีภายหลังการเก็บเกี่ยว
วิธีการทางเทคโนโลยีภายหลังการเก็บเกี่ยว
หลักเกณฑ์ในการปรับปรุงอุณหภูมิ
1  อุณหภูมิมีส่วนสำคัญที่สุดในการเก็บรักษาผลผลิตพืชสวนให้อยู่นาน
2  การจัดให้มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เริ่มตั้งแต่การเคลื่อนย้ายเพื่อหนีความร้อนตั้งแต่อยู่ในไร่นา โดยใช้วิธีการให้ความเย็นต่างๆ เช่น พรมน้ำ ใช้น้ำแข็ง ใช้ห้องเย็น ใช้ลมเย็น serpentine forced - air cooling, vacuum cooling และ hydro – vacuum cooling
3  การใช้ระบบความเย็นจะต้องมีเครื่องมือที่ทันสมัย ประกอบด้วย
  •  ระบบและการก่อสร้างที่ดี รวมทั้งการบุฉนวนกันความร้อนที่สมบูรณ์
  •  มีพื้นที่มั่นคง
  •  มีช่องทางขนถ่ายผลิตผลที่เพียงพอและอยู่ในตำแหน่งเหมาะสม
  •  มีระบบการควบคุมที่สามารถใช้งานได้สะดวก
  •  มีพื้นที่ผิวของการกระจายความเย็นพอเพียง เพื่อลดความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างความเย็นกับอากาศ
  •  มีเนื้อที่เพียงพอ
         ผลิตผลที่บรรจุอยู่ในห้องเย็นควรให้มีช่องว่างเหลืออยู่ เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ควรบรรจุผลิตผลมากเกินกำหนดจนเสียสภาพอุณหภูมิที่เหมาะสมในการควบคุมอุณหภูมินั้น ควรถืออุณหภูมิของผลิตผลมากกว่าอุณหภูมิของอากาศในห้อง
4  พาหนะและเครื่องมือที่เกี่ยวข้องในการขนย้ายผลิตผลสู่ห้องเย็นนั้น ไม่ควรให้มีความร้อน และการขนย้ายภายหลังเก็บเกี่ยวควรทำอย่างรวดเร็วที่สุด
การควบคุมความชื้นสัมพัทธ์
1   ความชื้นสัมพัทธ์มีอิทธิพลต่อการสูญเสียน้ำ การเน่า ความผิดปกติทางสรีระบางอย่าง การสุกไม่สม่ำเสมอ เพียงความชื้นที่ผลิตผลปล่อยออกมาแต่อย่าง เดียวก็มากพอที่จะเพิ่มปริมาณการเน่าเสียได้ ความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสมสำหรับพืชผักนั้นอยู่ที่ประมาณ 90-98 % ยกเว้น หอมใหญ่และฟักทอง (30-35 %) พืชผักประเภทหัวควรเก็บในความชื้น 95-100 %
2  สามารถควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ได้ตามวิธีดังต่อไปนี้
   •  เพิ่มความชื้นในอากาศ โดยใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น การพ่นฝอย หรือพ่นไอน้ำ
   •  ระบบการถ่ายเทอากาศ
   •  อุณหภูมิของขดลวดทำความเย็นควรต่ำกว่าอุณหภูมิของอากาศ 1 องศาเซลเซียส (2 องศาฟาเรนไฮด์)
   •  ใช้เครื่องกันความชื้น (ฉนวนบุผนังห้องเก็บและพาหนะที่ใช้ขนย้ายผลิตผล การบุลังด้วยโพลีเอทธิลีนหรือบรรจุในถุงพลาสติก )
   •  ทำพื้นโรงเก็บให้เปียกอยู่เสมอ
   •  สำหรับผลิตผลบางอย่างอาจใช้น้ำแข็งทุบลง ในลังเพื่อขนส่งหรือการจำหน่าย
   •  หมั่นพรมน้ำผลิตผลระหว่างรอจำหน่าย ซึ่งวิธีนี้ใช้กับพืชผักประเภทใบ พืชหัวเมืองหนาว และพืชที่กินฝักหรือผลอ่อน เช่น ถั่ว ข้าวโพดหวาน
วิธีการอื่นๆ
มีวิธีการอีกหลายอย่างที่ใช้ในเชิงการค้าเพื่อเสริมการใช้ระบบอุณหภูมิ แต่ไม่สามารถนำมา ใช้เพื่อแทนระบบอุณหภูมิและระดับความชื้นที่เหมาะสมในการยืดอายุพืชผักผลไม้ภายหลังเก็บเกี่ยว
   •  วิธีการที่ใช้ต่อพืชผล
   •  การดูแลพืชหัวไม่ให้เสียหาย
   •  การทำความสะอาด นำส่วนเกินที่เปียกชื้นออก
   •  คัดเลือกพืชผลที่ไม่ดีทิ้งไป
   •  เคลือบขี้ผึ้ง
   •  ใช้ความร้อน
   •  ปฏิบัติการเกี่ยวกับเชื้อราหลังการเก็บเกี่ยว
   •  ใช้สารป้องกันการงอก
   •  ใช้สารเคมีเฉพาะกับพืช
   •  รมยากันแมลง
   •  ใช้สารเอทธิลีนบ่มให้สุก
   •  วิธีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงสิ่งแวดล้อม
   •  การบรรจุ
   •  ควบคุมการหมุนเวียนของอากาศ
   •  ควบคุมการถ่ายเทอากาศ
   •  การกำจัดสารเอทธิลีน
   •  ควบคุมบรรยากาศ
   •  วิธีการด้านรักษาความสะอาด
แนวโน้มและการปรับปรุงการปฏิบัติต่อผลิตผลที่เน่าเสียง่ายในอนาคต
ได้มีการค้นคว้าเพื่อที่จะปรับปรุงเทคโนโลยี และวิธีการใหม่ๆ ซึ่งอาจนำมาใช้แทนวิธีการที่ใช้ในปัจจุบัน เช่น
   •  ปรับปรุงระบบความเย็นให้ได้ผลดีขึ้น
   •  สามารถควบคุมอุณหภูมิจากพาหนะขนย้ายมายังห้องเก็บพืชผลได้ดีขึ้น
   •  มีวิธีการขนส่ง การจัดจำหน่าย และขั้นตอนการตลาดที่รวดเร็ว
   •  ใช้เครื่องทุ่นแรงในการเก็บเกี่ยว การขนย้าย จากไร่สู่โรงบรรจุ และนำสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น
   •  เพิ่มขนาดของภาชนะเพื่อให้บรรจุผลิตผลได้ครั้งละมากขึ้น
   •  ใช้วัสดุรองกันผลิตผลชอกช้ำให้มากขึ้น
   •  พยายามใช้ภาชนะที่ทำด้วยพลาสติกเพื่อให้นำกลับมาใช้ได้อีก
   •  พยายามสร้างสภาพบรรยากาศที่เหมาะสมภายในหีบห่อ
 
 


สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร
35 เทคโนธานี ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
โทร.: (662) 577-9000,577-9155-6
โทรสาร : (662) 577-9009, 577-9128

ผักสด ผักดอง ผักแช่แข็ง ผักกระป๋อง