การเพิ่มมูลค่าและลดปริมาณของเหลือทิ้งจากภาคอุตสาหกกรม นับเป็นภารกิจสำคัญที่เหล่าผู้ประกอบการจะต้องคำนึงและมีการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ในยุคที่สังคมตื่นตัวในการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพเช่นปัจุจบัน
อุตสาหกรรมปลากระป๋อง คือ หนึ่งในหลายๆ อุตสาหกรรมที่ประสบปัญหากับการจัดการของเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตด้วยจำนวนของผู้ประกอบการที่มีเครือข่ายจำนวนมาก อันได้แก่ โรงงานปลากระป๋องมีรวมทั้งสิ้น 37 โรงงาน จำแนกเป็นโรงงานผลิตปลาทูน่ากระป๋อง 21 โรงงาน และโรงงานผลิตปลาซาร์ดีนกระป๋อง 16 โรงงานโดยโรงงานต่างๆ เหล่านี้จะมีปริมาณของเหลือใช้ทางอุตสาหกรรม คือ น้ำนึ่งปลา ซึ่งต้องทำการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยทิ้งจำนวนมาก
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร ภายใต้แผนปรับโครงการอุตสาหกรรมระยะที่ 2 ของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เห็นความสำคัญและตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กอปรกับการทีมีน้ำนึ่งปลาเหลืออยู่เป็นปริมาณมากในอุตสาหกรรมดังกล่าว และโดยที่น้ำนึ่งปลามีกรดอะมิโนที่มีความสำคัญต่อร่างกายมนุษย์ ( essential amino acids ) อยู่มากจึงได้วิจัยการใช้ประโยชน์ของน้ำนึ่งปลาจากอุตสาหกรรมปลาทูน่าในการผลิต ซุปปลาสกัดเข้มข้นและพร้อมดื่ม โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีสีน้ำตาลเข้มเหนียวและใส มีความเข้มข้น 81 ° บริกซ์ มีปริมาณโปรตีน 66.0 % ประกอบด้วย กรดอะมิโน 8 ชนิดที่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณสูง ได้แก่ ลูซีน ไอโซลูซีน ไลซีน เมโทโอนีน เฟนิลอะลานิน เทรโอนีน ทริฟโทเฟน และวาลีน
ทั้งนี้ วว. ได้ผสมน้ำสมุนไพรในซุบปลาสกัดเข้มข้นและพร้อมดื่ม เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารและมีการประเมินความพอใจทางประสาทสัมผัสของผู้บริโภค โดยเปรียบเทียบกับซุปสกัดชนิดอื่น พบว่าได้รับความพอใจสูงสุด ปัจจุบัน วว. ได้มีการฝึกอบรมการผลิตซุปปลาสกัดเข้มข้นและพร้อมดื่มแก่ผู้ประกอบการในประเทศจำนวนมากนับเป็นการนำวัสดุเหลือใช้ทางอุตสาหกรรมมาการเพิ่มมูลค่า สร้างงาน สร้างเงิน สร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยรวมอย่างมีประสิทธิภาพ
|