New Member >>
  
คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด >>
  
คลิกที่นี่ >>
  
 คลิกที่นี่เพื่อดูรายชื่อเว็บไซต์ >>
  
คลิกที่นี่ >>
  
คลิกที่นี่ >>
  
คลิกที่นี่ >>
  

    เรื่อง “ความต้องการของอุตสาหกรรมอาหาร SME และการสนับสนุนของรัฐ ” วันที่ 28 กรกฎาคม 2547 เวลา 8.30 – 13.00 ณ ห้องแคทรียา โรงแรมรามาการ์เด้นส์

คลิกที่นี่>>

  
คลิกที่นี่>>
  

     ในการประชุมระดับชาติ “นักธุรกิจพบนักวิทยาศาสตร์” เนื่องในงานเทิดพระเกียรติ “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และ “วันเทคโนโลยีของไทย” ในวันศุกร์ที่ 21 – วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2548

คลิกที่นี่เพื่ออ่านรายละเอียด >>

  

   เก็บตกจากงานสัมมนาทางวิชาการ แม่โจ้ : ศาสตร์แห่งลำไย       เมื่อวันที่ 25-26 พฤศจิกายน2548 ที่ผ่านมา คณะทำงานโครงการได้มี โอกาสเข้าร่วมสัมมนาทางวิชาการแม่โจ้ : ศาสตร์แห่งลำไย ซึ่งจัดขึ้น โดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเป็นการนำเสนอผลงานวิจัย และตรวจเอกสารที่เกี่ยวข้อง ในสาขาเกษตรศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร และสังคมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต และการตลาดลำไยทั้งในและต่างประเทศ โดยในงานสัมมนาในวันแรก ทั้งภาคเช้าและภาคบ่ายเป็น รูปแบบของการเสวนา

คลิกที่นี่>>

  

     โครงการวิจัยทางด้านอาหารของ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ที่พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี

คลิกที่นี่เพื่ออ่านรายละเอียด >>

ผลไม้ดอง ผลิตภัณฑ์อื่นๆ
 ผลิตภัณฑ์อื่นๆ
        ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลไม้นานาชนิด และมีให้บริโภคกันอยู่เกือบตลอดปี ผลไม้ที่สำคัญของไทยได้แก่ สัปปะรด ลำไย ทุเรียน กล้วย มะม่วง องุ่น น้อยหน่า มังคุด เงาะ ฝรั่ง มะปราง ลิ้นจี่ พุทรา ส้ม มะนาว และสตอรบอรี่ ผลไม้เหล่านี้จะมีระยะ เวลาออกสู่ตลาดสับเปลี่ยนตลอดปี ซึ่งปริมาณการผลิตในแต่ละปีนั้น ไม่สม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับสภาพ ดิน ฟ้า อากาศ อย่างไรก็ดีในแต่ละปี เราสามารถผลิตผลไม้สด โดยเฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 6-7 ล้านตัน ผลผลิตส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้บริโภคสด และใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปเกือบทั้งหมด ส่วนที่เหลือเล็กน้อยก็จะส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ

 
ผลไม้แช่อิ่ม
    ผลไม้ที่นิยมมาทำเป็นผลไม้แช่อิ่ม หรือตากแห้งมีอยู่เพียงไม่กี่ชนิด เช่น สับปะรด มะม่วง มะละกอ ขนุน กล้วย ฝรั่ง เป็นต้น ส่วนผักที่นิยมทำเป็นผักแช่อิ่ม ได้แก่ มะเขือเทศ ฟักเขียว มะเขือไข่เต่า เป็นต้น
 
การทำผลไม้แช่อิ่มแห้ง
         ผลไม้ที่นิยมมาทำเป็นผลไม้ แช่อิ่ม หรือตากแห้งมีอยู่เพียงไม่กี่ชนิด เช่น สับปะรด มะม่วง มะละกอ ขนุน กล้วย และ ฝรั่ง เป็นต้น ส่วนผักที่นิยมทำเป็นผักแช่อิ่ม ได้แก่ มะเขือเทศ ฟักเขียว มะเขือไข่เต่า เป็นต้น
 
การเตรียมผลไม้เพื่อแช่อิ่ม

      ผลไม้ ต้องเลือกผลไม้ที่เกือบสุก มีเนื้อแน่นแข็ง ไม่นุ่มเน่าเสียและอยู่ในกลางฤดูของมัน ซึ่งจะทำให้วัตถุดิบถูกและมีปริมาณมากพอที่จะทำการแปรรูปได้ ผลไม้ที่ผ่านการคัดเลือกควรล้างน้ำให้สะอาด เพื่อขจัด ดิน ทราย แล้วแช่น้ำปูนใสเข้มข้นร้อยละ 2 เพื่อให้เนื้อผลไม้กรอบ อนึ่ง ผลไม้บางชนิดอาจต้องปอกเปลือก หรือคว้านเมล็ดก่อนการแช่น้ำเชื่อม ขึ้นอยู่กับลักษณะผลไม้และการจัดการของแต่ละกระบวนการผลิต

การทำผลไม้แช่อิ่มมีอยู่ 2 วิธี คือ

  1. การทำผลไม้แช่อิ่มแบบเร็ว วิธีนี้จะเตรียมน้ำเชื่อมปรุงรส ให้มีความหวานเริ่มต้นที่ น้ำตาลร้อยละ 30 ของน้ำหนัก น้ำเชื่อม แล้วเคี่ยวผลไม้ในน้ำเชื่อมดังกล่าวโดยใช้ไฟอ่อนๆ หรือความร้อนไม่สูงประมาณ 100 - 105 องศาเซลเซียส เคี่ยวจนน้ำเชื่อมงวด และได้ความหวานของน้ำเชื่อมประมาณ ร้อยละ 50 - 65 องศาเซลเซียส ของน้ำหนักน้ำเชื่อม การทำผลไม้แช่อิ่มแบบเร็วนี้ จะใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง ในการเคี่ยวน้ำ เชื่อมจนงวดและเนื้อผลไม้มีความหวานใกล้เคียงกับ น้ำเชื่อม การใช้อุณหภูมิในการเคี่ยวที่สูงเกินไปจะทำให้น้ำเชื่อม มีสีคล้ำและมีกลิ่นน้ำตาลไหม้ อีกทั้งทำให้เนื้อผลไม้นิ่มเละ ดังนั้น วิธีนี้ไม่เหมาะกับผลไม้ที่มีเนื้อนิ่มและเละได้ง่าย
          อนึ่ง การแช่อิ่มแบบเร็วสามารถใช้เทคโนโลยีซึ่งต้องมีการลงทุนเครื่องจักร เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีสีสวยและเนื้อผลไม้ไม่เละมากไป คือการเคี่ยวผลไม้ในสุญญากาศ

  2. การทำผลไม้แช่อิ่มแบบช้า เป็นวิธีการที่แช่ผลไม้ที่เตรียม ไว้แล้วในน้ำเชื่อมโดยจะเริ่มต้นที่น้ำเชื่อม ที่มีความเข้มข้นของน้ำตาลร้อยละ 30 นาน ประมาณ 24 ชั่วโมง แล้วเพิ่มความเข้มข้นของน้ำเชื่อมทุกวัน เป็นน้ำตาลร้อยละ 40, 50, 60 และ 65 ของน้ำหนักน้ำเชื่อม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหวานเริ่มต้นของผลไม้แต่ละ ชนิดและความหวานของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ การแช่อิ่มผลไม้ด้วยวิธีนี้ใช้เวลานานจึงต้องรักษาความสะอาด และต้มน้ำเชื่อมทุกวันเพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นหมักหรือเหม็นเปรี้ยว

     ผลไม้แช่อิ่มที่ได้จากทั้งสองวิธี เมื่อนำขึ้นจากน้ำเชื่อม และทิ้งให้สะเด็ดน้ำเชื่อมแล้ว จะเป็นผลไม้แช่อิ่มแบบเปียก ซึ่งหากนำผลไม้แช่อิ่มนี้ไปอบให้แห้งก็จะเป็นผลไม้แช่อิ่มอบแห้ง ซึ่งจะมี 2 ลักษณะ คือ ผลไม้เคลือบน้ำตาลอบแห้ง ผลไม้อบแห้งที่ไม่เคลือบน้ำตาล ซึ่งได้จากการนำผลไม้แช่อิ่ม ที่สะเด็ดน้ำเชื่อมแล้ว มาล้างน้ำเชื่อมที่ผิวออกก่อนนำไปอบแห้ง

 
 การบรรจุ

     การบรรจุ พวกผลไม้แช่อิ่มแห้ง หรือแช่อิ่มเคลือบน้ำตาล อบแห้งจะต้องแห้งและบรรจุในภาชนะที่ไม่ให้ความชื้นซึมผ่านเข้าไป เช่น บรรจุกระป่อง เพราะว่าถ้าความชื้นซึมผ่านเข้าไปได้ก็จะ ทำให้มีเชื้อราเกิดขึ้น พวกหีบไม้หรือหีบกระดาษไม่ได้ป้องกัน ความชื้น และป้องกันแมลง นอกจากจะปิดผนึกด้านในด้วย กระดาษไขและผนึกฝาแน่น ตัวอย่างของวัสดุที่ใช้ทำภาชนะ บรรจุผลไม้แช่อิ่มแห้งหรือแช่อิ่มเคลือบน้ำตาลอบแห้ง ได้แก่ โพลีเอทธิลีน โพลีโพพิลีน ซึ่งมีความหนาเท่ากับ 0.03 มิลลิเมตร ดังนั้นพอสรุปได้ว่า อายุการเก็บผลไม้แช่อิ่มหรือแช่อิ่มเคลือบน้ำตาลอบแห้งขึ้นอยู่กับ

  1. ป้องกันผลิตภัณฑ์จากความชื้น แสง อากาศ ฝุ่นละออง เชื้อจุลินทรีย์ กลิ่นแปลกปลอม แมลง และสัตว์แทะ
  2. จะต้องมีความแข็งแรงและทนทานต่อการเก็บ การจับต้อง และจำหน่ายในท้องตลาด
  3. ขนาด รูปร่างและลักษณะปรากฏของภาชนะ บรรจุจะต้องดึงดูดผู้บริโภค
  4. ราคาของภาชนะบรรจุต้องไม่แพงจนเกินไปถ้าบรรจุใน ภาชนะบรรจุที่มีขนาดใหญ่ เช่น ถุง ถังขนาดใหญ่ กล่องกระดาษ และกระป๋อง จะต้องผนึกหรือเคลือบพื้นผิว ภายในด้วย โพลีเอทธิลีนในภาชนะบรรจุที่มีขนาดใหญ่ แต่ในกรณีที่จำหน่ายในตลาดขายปลีกที่มีขนาดเล็กลงมา มักบรรจุในกระป๋องโลหะซึ่งเคลือบด้านในด้วยพวกอลูมินัมฟอยล์ และถุงกระดาษที่หักหรืองอได้ แต่ถ้าผลิตภัณฑ์นั้นมีราคา สูงให้ใช้ภาชนะบรรจุขนาดเล็กที่หักงอ ได้ซึ่งทำจากพลาสติก 3 ชั้น ได้แก่ โพลีโอลิฟีน ฟอยล์ ไมล่าร์

     พวกผลิตภัณฑ์ผลไม้ แช่อิ่มแห้งหรือเคลือบน้ำตาลอบแห้ง จะมีแมลงมาปนเปื้อนได้ แม้ว่าจะทำให้แห้ง และ เก็บไว้อย่างเหมาะสม แมลงไม่ใช่แต่จะกัดกินผลิตภัณฑ์ แต่ยังทิ้งของเสียไว้ทำให้ลักษณะปรากฏที่ดีของผลิตภัณฑ์สูญเสียไป เพื่อหลีกเลี่ยงจากการทำลายของแมลง ควรจะต้องสร้างที่เก็บเพื่อป้องกับแมลงปีกแข็ง และพวกมอด วิธีที่ดีที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของแมลงก็คือใช้ความร้อน โดยการจุ่มผลิตภัณฑ์ลงในน้ำเดือด ในขั้นตอนสุดท้ายของการผลิตแล้วทำ การตากแห้ง ซึ่งจะทำให้แมลงถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง

 
วิธีการแช่อิ่ม

วิธีการทำมะม่วงแช่อิ่ม

วิธีการทำฟักเขียวแช่อิ่ม

วิธีการทำสับปะรดแช่อิ่มแห้ง

วิธีการทำมะละกอแช่อิ่มแห้ง

  ผลไม้กวน

     ผลไม้กวนเป็นวิธีถนอมอาหารโดย การนำเอา ผลไม้มาผสมกับน้ำตาล ใช้ความร้อนเคี่ยว กวนจนปริมาณน้ำลดน้อยลง และผสมเป็นเนื้อเดียวกัน อาหารชนิดนี้สามารถเก็บไว้ได้นาน เนื่องจากมีค่า aw ต่ำ ซึ่งเป็นผลมาจากการมีปริมาณน้ำตาลสูง ประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก ทำให้สามารถ ยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ไ ด้

 แยมผลไม้
กลับสู่เมนูหลัก

     การนำผลไม้มาทำ แยมก็เป็นวิธีที่ดีอีกวิธีหนึ่งในการถนอมอาหารและเพิ่มค่าให้กับผลิตผลทางการเกษตร ขั้นตอนในการทำก็ไม่ยุ่งยากโดยส่วนประกอบที่สำคัญในการทำแยมมีดังนี้

  1. ผลไม้ ผลไม้ที่นำมาทำแยม ควรเลือกผลสด ไม่เน่าเสีย ไม่เป็นเชื้อรา และควรล้างให้สะอาดก่อนนำมาผลิต
  2. น้ำตาล เป็นตัวให้ความหวานกับแยม โดยปริมาณ ความหวานในแยมไม่ควรเกิน 70 องศาบริกซ์ วัดโดยรีแฟคโตมิเตอร์
  3. กรด เป็นตัวช่วยให้แยมอยู่ตัว กรดที่ใช้เป็นกรด จากธรรมชาติ เช่น กรดซิตริกจากส้ม มะนาว กรดทาร์ทาริก จากองุ่น มะขาม หรือ กรดมาลิก จากแอปเปิ้ล
  4. เพคติน เป็นสารสกัดจากผลไม้ เช่น เปลือกส้ม ส้มโอ เพคตินเป็นตัวช่วยให้เนื้อผลไม้กับน้ำตาลเกาะตัวกันดีขึ้น ผลไม้แต่ละชนิดมีเพคตินในตัวเองแล้ว ดังนั้นการ เติมเพคตินมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับผลไม้ที่นำมาทำแยม
 
ลักษณะของแยมที่ดี

    แยมที่ดีต้องมีลักษณะข้นเหนียว พอเหมาะและมีสี กลิ่น รสชาติ ตามชนิดของผลไม้ที่ทำ

 
การบรรจุ

    แยมที่ทำเสร็จแล้วควรบรรจุขวดแก้ว โดยขวดแก้วที่ใช้ต้องล้างให้สะอาด และ ผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อประมาณ 15 นาที ผึ่งให้แห้ง ก่อนการบรรจุ ให้ลดอุณหภูมิของผลิตภัณฑ์เป็น 90 องศาเซลเซียส เมื่อบรรจุแยมแล้วปิดฝาให้สนิท คว่ำขวดที่บรรจุด้านฝาลง เพื่อ ฆ่าเชื้อที่ฝาด้วยประมาณ 1 นาที แล้วตั้งขวดไว้แบบเดิม พอเย็น ล้างขวดให้สะอาดและเก็บไว้รับประทานได้นานวัน แยมที่เปิดใช้แล้วควรเก็บไว้ในตู้เย็น

   
กลับสู่เมนูหลัก กลับสู่เมนูหลัก กลับสู่เมนูหลัก


สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร
35 เทคโนธานี ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
โทร.: (662) 577-9000,577-9155-6
โทรสาร : (662) 577-9009, 577-9128

 

กลับสู่เมนูหลัก กลับสู่เมนูหลัก กลับสู่เมนูหลัก กลับสู่เมนูหลัก กลับสู่เมนูหลัก กลับสู่เมนูหลัก กลับสู่เมนูหลัก กลับสู่เมนูหลัก กลับสู่เมนูหลัก กลับสู่เมนูหลัก กลับสู่เมนูหลัก กลับสู่เมนูหลัก