| ปิดหน้าต่าง |
|
การปฎิรูปกฎระเบียบการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ |
นางสาวอรอนงค์ มหัคฆพงศ์ EU เสนอการปฏิรูปกฎระเบียบการผลิตเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมีสาระสำคัญที่อาจมีผลต่อนโยบายการส่งเสริมการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรและอาหารอินทรีย์ของไทยดังนี้
นอกเหนือจาก ปัญหาสุขอนามัยทางด้านอาหาร เช่น โรควัวบ้า และการปนเปื้อนของสินค้า GMO ที่ช่วยสนับสนุนทำให้สินค้าเกษตรอินทรีย์มีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นใน EU แล้ว EU เชื่อว่าการวางกฎระเบียบหลักการในการผลิตเกษตรอินทรีย์ใหม่ที่ชัดเจน จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคและทำให้เกิดการพัฒนาตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์มากขึ้น ขณะเดียวกัน การปฏิรูปนโยบายเกษตรร่วมที่ต้องปรับลดการอุดหนุนทางด้านตลาดไปสู่การอุดหนุนโดยตรงที่อยู่ภายใต้มาตรการสิ่งแวดล้อม จะผลักดันให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ได้กำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2534 (และมีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมหลายฉบับ) ดังนั้น การปฏิรูปกฎหมายหลักของการผลิตเกษตรอินทรีย์ใหม่ จะทำให้ลดความซับซ้อนของกฎระเบียบ และจะทำให้เกษตรกร EU สามารถปฏิบัติตามได้สะดวกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงกฎระเบียบหลักดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมการทำฟาร์มอินทรีย์ตามนโยบายเกษตรร่วมของ EU ซึ่งนอกจากกลยุทธในการส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ของ EU ที่เน้นประโยชน์ทางด้านสุขภาพความปลอดภ ัยด้านอาหาร และคุณภาพแล้ว กฎระเบียบเกษตรอินทรีย์ใหม่ที่ครอบคลุมรวมถึงมาตรการในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมและสวัสดิการ สัตว์จะกลายเป็นจุดขายที่เน้นประโยชน์ของสินค้าเกษตรอินทรีย์อีกด้านหนึ่ง ทั้งนี้ เป้าหมายดังกล่าวจะทำให้งบการอุดหนุนเกษตรของ EU ในสายตาของผู้จ่ายภาษีหรือผู้บริโภคใน EU มีภาพพจน์ที่ดีขึ้น (จากการที่ถูกตำหนิว่าถูกนำไปใช้อย่างไม่มีประโยชน์และบิดเบียนการค ้ าทั้งในตลาด EU และตลาดโลก) และรวมถึงใช้เป็นข้ออ้างในการอุดหนุนเกษตรของ EU ได้ต่อไป ภายใต้มาตรการ green box การควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ในปัจจุบัน ประเทศสมาชิกนำกฎระเบียบหลักของ EU ไปปรับใช้ภายในประเทศ โดยมีทางเลือกหลายทางในการปรับใช้ ซึ่งทำให้เกิดกระบวนการหรือขั้นตอนการควบคุมการนำเข้าที่แตกต่างกัน และทำให้เกิดความล่าช้าในพิจารณาตรวจสอบที่แตกต่างกันในละประเทศสมาชิก ดังนั้น จากแนวทางในการปรับกฎระเบียบใหม่นี้ คาดว่าน่าจะเป็นผลดีต่อการนำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยในตลาด EU เนื่องจากจะทำให้กฎระเบียบการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์อยู่ในมาตราเดียวกัน และมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ลดปัญหาความยุ่งยากในการนำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยมายัง EU ต่อไปในอนาคต
ที่มา : วารสารสถาบันอาหาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 46 มีนาคม เมษายน 2547 หน้า 33-35
|
|
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร
35 เทคโนธานี คลองห้า ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 10120 โทร.: (662) 577-9000, 577-9155-56 โทรสาร : (662) 577-9128, 577-9009
|