ปิดหน้าต่าง
 

การปฎิรูปกฎระเบียบการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์

นางสาวอรอนงค์ มหัคฆพงศ์

       EU เสนอการปฏิรูปกฎระเบียบการผลิตเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมีสาระสำคัญที่อาจมีผลต่อนโยบายการส่งเสริมการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรและอาหารอินทรีย์ของไทยดังนี้

  1. จากแผนปฎิบัติการเพื่อการทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์และอาหารอินทรีย์ ภายใต้ชื่อ “European Action Plan for Organic Food and Farming” ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมการทำฟาร์มอินทรีย์ตามนโยบายเกษตรร่วมของ EU ได้กล่าวถึงหลักการวางแผนที่สำคัญ ได้แก่
    1. การวางแผนการตลาด เช่น การส่งเสริมการให้ข้อมูลแก่ผ ู ้บริโภค โดยการกำหนดหลักเกณฑ์การทำเกษตรอินทรีย์ที่ชัดเจนและโปร่งใส การพัฒนาข้อมูลสถิติเก ี่ยวกับ อุปสงค์และอุปทานของสินค้าเพื่อใช้ในการวางนโยบายและการตลาด เป็นต้น
    2. การวางนโยบายทางด้านการผลิต เช่น การสนับสนุนการทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นการสนับสนุนการวิจัยฟาร์มเกษตรอินทรีย์ เป็นต้น
    3. การกำหนดมาตรฐานและการตรวจสอบให้อยู่ในรูปแบบเดียวกัน เช่น การพัฒนาและเสริมสร้างมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของประชาคมยุโรปและการควบคุมตรวจสอบการนำเข้า การปรับมาตรฐานให้สอดคล้องในระดับสากลการปรับมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ในเรื่องสวัสดิการภาพสัตว์ หรือการเพิ่มเติมมาตรฐานที่มีอยู่ให้สมบูรณ์ เช่น มาตรฐานสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นต้น
  2. สถานการณ์ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2548 ที่ผ่านมากรรมาธิการยุโรปด้านการเกษตรได้มีการเตรียมการเพื่อเสนอการปฏิรูปกฎระเบียบการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ใหม่ ซึ่งจะรองรับแผนปฏิบัติงานเกษตรอินทรีย์ดังกล่าวข้างต้น โดยจะมีการกำหนดวัตถุประสงค์และหลักการของเกษตรอินทรีย์ กฎระเบียบการติดฉลากที่ชัดเจน และกฎระเบียบการนำเข้า เพื่อให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อสินค้าเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งเกษตรกรสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ได้ดีขึ้น ทั้งนี้หากฎระเบียบใหม่ผ่านความเห็นชอบ คาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป สำหรับแนวทางในการเสนอปรับกฎระเบียบใหม่จะครอบคลุมสาระสำคัญต่อไปนี้
    1. กำหนดวัตถุประสงค์และหลักสำคัญของการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ โดยต้องคำนึงถึงสภาพทางภูมิศาสตร์และการพัฒนาของสินค้าเกษตรอินทรีย์
    2. วางมาตรการต่างๆ เพื่อทำให้วัตถุประสงค์ และหลักการของเกษตรอินทรีย์ มีการปรับใช้อย่างเท่าเทียมกันในทุกขั้นตอนและในทุกภาคของการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่สินค้าที่ทำจากสัตว์ และพืช การเพาะเลี้ยงสัตว์ สินค้าอาหารที่ใช้สัตว์ และรวมถึงในภาคการผลิตสินค้าอาหารเกษตรอินทรีย
    3. การทำให้กฎระเบียบการปรับใช้เกี่ยวกับ GMO (Genetically Modified Organisms) หรือ สิ่งมีชีวิตคัดแปรพันธุกรรมมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของเกณฑ์ระดับการปนเปื้อนเน้นถึง สินค้า GMO ที่ไม่สามารถติดฉลากอินทรีย์ได้และระดับการปนเปื้อนโดยไม่ได้ตั้งใจสามารถนำมาปรับใช้ได้สำหรับเมล็ดพืชตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
    4. การบังคับใช้เครื่องหมาย (โลโก้) สำหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ หรือเลือกที่จะติดฉลากสิ่งชี้บ่งถึงเกษตรอินทรีย์ของ EU (EU - ORGANIC) โดยยังคงสามารถใช้เครื่องหมายหรือการติดฉลากของผู้ผลิตเองได้ต่อไป ทั้งนี้ สินค้าขั้นสุดท้ายจะต้องประกอบด้วยเกษตรอินทรีย์อย่างน้อย 95 % และการกำหนดข้อบังคับอย่างเข้มงวดสำหรับติดฉลากและการโฆษณาเพื่อทำให้เกิดการส่งเสริม “ แนวคิดร่วม ” ของสินค้าเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง
    5. การเสริมความสำคัญในด้านพื้นฐานความเสี่ยงและการปรับปรุงคุณภาพของการควบคุม โดยวางระบบการควบคุมไปยังระบบที่เป็นทางการของ EU ที่จะปรับใช้กับอาหารและอาหารสัตว์ทั้งหมด
    6. การปรับปรุงการจำหน่ายสินค้าอินทรีย์ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยการกำหนดมาตรฐานที่เข้มงวดและการเสริมระบบมาตรฐานเป็นที่รู้จักร่วมกันและลดปัญหาการควบคุมของกฎระเบียบเคร่งครัดที่แตกต่างกัน ในแต่ละประเทศสมาชิก
    7. การพัฒนากฎหมายการนำเข้าถาวร โดยใช้พื้นฐานของการนำเข้าโดยตรงสำหรับสินค้าที่มีการปรับใช้มาตรฐานอย่างเต็มรูปแบบหรือจากพื้นฐานระบบความเท่าเทียม

      โลโก้ EU-ORGANIC

  3. กฎระเบียบหลักของการการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ในปัจจุบัน คือ Council Regulation 2092/91 ( เพิ่มเติมปรับปรุงล่าสุด 28/9/2548 ) ครอบคลุมในเรื่องการผลิตเกษตรอินทรีย์ โดยกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับวิธีและกระบวนการผลิต การติดฉลากและการค้า การตรวจสอบ และการนำเข้าจากประเทศที่สาม นอกจากนั้น ได้มีการเพิ่มเติมกฎระเบียบอื่นๆ เช่น Regulation 1804/99 โดยจะรวมถึงเรื่องการผลิตสินค้าปศุสัตว์ และ Commission Regulation 1788/2001 (ซึ่งมีการเพิ่มเติม Regulation 1818/2002 ) โดยเป็นการวางระเบียบเกี่ยวกับกฎหมายสำหรับการรับรองในการตรวจสอบควบคุมการนำเข้าจากปร ะเทศที่สาม เป็นต้น

     นอกเหนือจาก ปัญหาสุขอนามัยทางด้านอาหาร เช่น โรควัวบ้า และการปนเปื้อนของสินค้า GMO ที่ช่วยสนับสนุนทำให้สินค้าเกษตรอินทรีย์มีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นใน EU แล้ว EU เชื่อว่าการวางกฎระเบียบหลักการในการผลิตเกษตรอินทรีย์ใหม่ที่ชัดเจน จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคและทำให้เกิดการพัฒนาตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์มากขึ้น ขณะเดียวกัน การปฏิรูปนโยบายเกษตรร่วมที่ต้องปรับลดการอุดหนุนทางด้านตลาดไปสู่การอุดหนุนโดยตรงที่อยู่ภายใต้มาตรการสิ่งแวดล้อม จะผลักดันให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ได้กำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2534 (และมีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมหลายฉบับ) ดังนั้น การปฏิรูปกฎหมายหลักของการผลิตเกษตรอินทรีย์ใหม่ จะทำให้ลดความซับซ้อนของกฎระเบียบ และจะทำให้เกษตรกร EU สามารถปฏิบัติตามได้สะดวกมากขึ้น

     อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงกฎระเบียบหลักดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมการทำฟาร์มอินทรีย์ตามนโยบายเกษตรร่วมของ EU ซึ่งนอกจากกลยุทธในการส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ของ EU ที่เน้นประโยชน์ทางด้านสุขภาพความปลอดภ ัยด้านอาหาร และคุณภาพแล้ว กฎระเบียบเกษตรอินทรีย์ใหม่ที่ครอบคลุมรวมถึงมาตรการในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมและสวัสดิการ สัตว์จะกลายเป็นจุดขายที่เน้นประโยชน์ของสินค้าเกษตรอินทรีย์อีกด้านหนึ่ง ทั้งนี้ เป้าหมายดังกล่าวจะทำให้งบการอุดหนุนเกษตรของ EU ในสายตาของผู้จ่ายภาษีหรือผู้บริโภคใน EU มีภาพพจน์ที่ดีขึ้น (จากการที่ถูกตำหนิว่าถูกนำไปใช้อย่างไม่มีประโยชน์และบิดเบียนการค ้ าทั้งในตลาด EU และตลาดโลก) และรวมถึงใช้เป็นข้ออ้างในการอุดหนุนเกษตรของ EU ได้ต่อไป ภายใต้มาตรการ green box

     การควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ในปัจจุบัน ประเทศสมาชิกนำกฎระเบียบหลักของ EU ไปปรับใช้ภายในประเทศ โดยมีทางเลือกหลายทางในการปรับใช้ ซึ่งทำให้เกิดกระบวนการหรือขั้นตอนการควบคุมการนำเข้าที่แตกต่างกัน และทำให้เกิดความล่าช้าในพิจารณาตรวจสอบที่แตกต่างกันในละประเทศสมาชิก ดังนั้น จากแนวทางในการปรับกฎระเบียบใหม่นี้ คาดว่าน่าจะเป็นผลดีต่อการนำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยในตลาด EU เนื่องจากจะทำให้กฎระเบียบการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์อยู่ในมาตราเดียวกัน และมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ลดปัญหาความยุ่งยากในการนำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยมายัง EU ต่อไปในอนาคต

 

ที่มา : วารสารสถาบันอาหาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 46 มีนาคม – เมษายน 2547 หน้า 33-35

 

   

 

 
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร
35 เทคโนธานี คลองห้า ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 10120
โทร.: (662) 577-9000, 577-9155-56
โทรสาร : (662) 577-9128, 577-9009

E-mail :