ปิดหน้าต่าง
 

ตลาดเครื่องดื่มร้อนแรงในเอเซีย

เรียบเรียงโดย บุษกร ประดิษฐ์นิยกูล

       จากการเติบโตของสภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเป็นตลาดใหญ่ที่เป็นความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดเอเซียแปซิฟิก ซึ่งมีความหลากหลายของวัฒนธรรมและรสชาติการบริโภคของผู้คนในพื้นที่ดังกล่าวที่แตกต่างกัน

     ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มประกอบไปด้วยเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ( soft drink ) ในปี ค.ศ.2005 เครื่องดื่มร้อนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่มีการบริโภคทั่วโลกสูงถึง 60.9 ลิตร/คน/ปี ในขณะที่กาแฟมีการบริโภคต่อคนเพียง 5.8 ลิตร เมื่อเปรียบเทียบกับการบริโภคของผู้คนในเอเซียแปซิฟิก พบว่ามีการบริโภคชาสูงถึง 30.2 ลิตร/คน/ปี ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตค่อนข้างสูง แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดเครื่องดื่มคาร์บอเนตในตลาดเอเซียไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากมีปริมาณการบริโภคเพียง 8.5 ลิตร/คน/ปี เท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับตลาด เช่น ยุโรปตะวันตก หรือละตินอเมริกา ซึ่งมีการบริโภคถึง 75.9 ลิตร/คน/ปี และ 80.1 ลิตร/คน/ปี ตามลำดับ ทั้งนี้เนื่องจากสาเหตุ 2 ประการ คือ ประการแรก มีการบริโภคของคนในภูมิภาคนี้ต่ำ ถึงแม้จะมีจำนวนประชากรสูงก็ตาม และประการที่สองการเจริญเติบโตของภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ แต่ในประเทศยักษ์ใหญ่ 2 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย และจีน กลับมีการตอบสนองต่อการบริโภคเครื่องดื่มชนิดนี้ไม่มากนัก

     ประเทศจีนหลังจากเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก ( World Trade Organization , WTO ) ทำให้เศรษฐกิจของประเทศจีนเจริญเติบโตอย่างเห็นได้ชัดในปี ค.ศ.2005 บริษัทโคคา-โคล่าที่ประเทศจีนมีอัตราการเติบโตของการผลิตเครื่องดื่มน้ำดำประมาณร้อยละ 22 และคาดการณ์ว่าจะเป็นผู้นำของตลาดในภูมิภาคนี้ในขณะที่บริษัท เป๊ปซี่ โคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จะทำการลงทุนสูงถึง 850 ล้านดอลล่าร์สหรัฐในจีนอีก 3 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของบริษัท เป๊ปซี่ฯ ให้ข้อคิดที่น่าสนใจว่า “ ถึงแม้จีนจะเป็นประเทศที่มีโอกาสของการเจริญเติบโตของตลาดสูงที่สุดสำหรับการลงทุนทางธุรกิจ แต่ก็จะเป็นตลาดที่มีคู่แข่งมากเช่นกัน ” ส่วนประเทศอินเดีย มีผู้ผลิตเครื่องดื่มคาร์บอเนตรายใหญ่ 2 ราย เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ประกอบกับการคัดค้านการใช้น้ำใต้ดินของประเทศและกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของนักศึกษาทำให้ประเทศอินเดียมีโอกาสในการเติบโตของตลาดเครื่องดื่มสูงมาก สำหรับประเทศเกาหลีใต้ เป็นประเทศที่ต้องให้ความใส่ใจในเรื่องพฤติกรรมและวัฒนธรรมภายในประเทศค่อนข้างมากหลังจากการฟื้นตัวของเศษฐกิจ บริษัท โคคา-โคล่า จำกัด ถือเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของประเทศและคู่แข่งขันสำคัญ คือ บริษัท ลอตเต้ ซิลซุง ( Lottle Chilsung ) ที่ผลิตเครื่องดื่มสไตล์เกาหลี

      ตลาดเครื่องดื่มคาร์บอเนตในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ซึ่งประกอบด้วย น้ำผลไม้ น้ำดื่ม ชา และเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬา ฯลฯ มีแนวโน้มการบริโภคมากขึ้นจากปัจจุบันที่มีการบริโภคต่อคนประมาณ 7.4 ลิตร เทียบกับการบริโภคของผู้คนในยุโรปตะวันตกซึ่งมีการบริโภคสูงถึง 20.2 ลิตร และในละตินอเมริกา 6.5 ลิตร สาเหตุหนึ่งคือ มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อขยายตลาดในประเทศที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยเฉพาะเครื่องดื่มชาเขียว ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องดื่มพร้อมดื่ม ( ready to drink ) แม้ว่าจะมีการดื่มแพร่หลายในบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จีน อินโดนีเซีย ไต้หวัน และไทย แต่ได้รับการยอมรับว่าเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีสารพอลิฟีนอลสูง และสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แน่ชัด แต่การบริโภคชาเขียวในภูมิภาคนี้ ทำให้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเยล เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า “Asian Paradox” โดยเฉพาะในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีการดื่มชาเขียวมากและมีการวางจำหน่ายทั่วไป โดยมีแบรนด์ยักษ์ใหญ่เช่น “Kirin” เป็นผู้นำตลาด อีกทั้งยังมีการร่วมลงทุนในประเทศอื่นๆ เช่น ประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา นอกจากนั้นมีการผลิตเครื่องดื่มร้อน เช่น ชาร้อน จำหน่ายคู่กัน เพื่อสร้างความหลากหลายและสะดวกให้กับผู้บริโภคและสอดคล้องกับวัฒนธรรมการดื่มชาของผู้คนในภูมิภาคนี้ ส่วนกาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ทำตลาดได้ดีในภูมิภาคนี้เช่นกัน โดยเฉพาะในประเทศจีนและอินเดีย เนื่องจากกาแฟเป็นเครื่องดื่มที่สื่อถึงความเป็นสากล เป็นแนวโน้มที่ผู้บริโภคในประเทศดังกล่าวให้ความนิยมมาก ในอนาคต Costa Coffee bar จะเปิดร้านถึง 300 ร้าน ในประเทศจีน และ Mumbai Caf? Coffee และ Barista chain ก็จะขยายสาขาในประเทศอินเดียเช่นกัน

 

     จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพมากขึ้นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีคุณลักษณะดังกล่าวสามารถเปิดตลาดได้ทั้งตลาดตะวันตกและเอเซีย เนื่องจากมีการยอมรับจากผู้บริโภคมากขึ้นนั่นเอง

 

ที่มา : วารสารการบรรจุภัณฑ์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ปีที่ 15 ฉบับที่ 1 ตุลาคม – ธันวาคม 2549 หน้าที่ 12-14

 

 

   

 

 
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร
35 เทคโนธานี คลองห้า ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 10120
โทร.: (662) 577-9000, 577-9155-56
โทรสาร : (662) 577-9128, 577-9009

E-mail :