สวัสดีค่ะ ท่านสมาชิกทุกท่าน

     พบกันอีกครั้งสำหรับจดหมายข่าวฉบับเดือนกันยายนนี้ ช่วงนี้ฝนตกหนักมากและตกแทบจะทุกวัน คงพอจะระงับความร้อนทางการเมืองลงมาได้บ้าง ถึงแม้ภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้จะค่อนข้างสะดุด แต่พวกเรายังคงต้องเดินหน้าสู้ต่อไปนะคะ ทางเจ้าหน้าที่ BDS ทุกคนจะเป็นกำลังใจและพยายามจะสรรหาสิ่งดี ๆ มาให้สมาชิกทุกท่านเสมอค่ะ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมให้กับประเทศไทยของพวกเราทุกคนด้วยนะคะ

     สำหรับเดือนกันยายนนี้ ขอนำเสนอ “เรื่องของน้ำผัก” และ “Novel Food อาหารที่ใช้เทคโนโลยีแบบใหม่” ปิดท้ายกับ “ผลิตภัณฑ์มะม่วงแช่อิ่มอบแห้ง” ในคอลัมน์งานวิจัย...ไทยทำ ส่วนหนึ่งของผลงานวิจัยจาก วว. ท่านใดสนใจขอข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ดร.โศรดา วัลภา หรือ คุณนันทิญา วงษ์มงคล โทร 0-2577-9155-56 Fax 0-2577-9156 หรือ w_sorada@yahoo.com หรือ www.tistr-foodprocess.net

ปฏิทินข่าว
  • วันจันทร์ที่ 1 - วันพุธที่ 3 กันยายน 2551 : การประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัสของอาหาร (รุ่นที่ 2/2551)
    ณ ห้องเพชรชมภู ชั้น 2 โรงแรมบางกอกพาเลส กรุงเทพฯ
    สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณแวววรรณ วัฒนสิริวิทย์ แผนกบริการฝึกอบรม โทร. 0-2886-8088 ต่อ 2207 โทรสาร 0-2886-8104
    จัดโดยสถาบันอาหาร
    E-mail : training@nfi.or.th
    Website : www.nfi.or.th
  • วันจันทร์ที่ 8 - วันอังคารที่ 9 กันยายน 2551 : การตรวจติดตามคุณภาพภายในห้องปฏิบัติการตามระบบ ISO/IEC 17025 (รุ่นที่ 2/2551)
    ณ ห้องออร์คิด 4 ชั้น 11 โรงแรมจัสมิน ถ.สุขุมวิท 23 กรุงเทพฯ
    สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณอัศรี สัมมเสถียร แผนกบริการฝึกอบรม โทร. 0-2886-8088 ต่อ 2205 โทรสาร 0-2886-8104
    จัดโดยสถาบันอาหาร
    E-mail : training@nfi.or.th
    Website : www.nfi.or.th
  • วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน 2551 : การทำเต้าเจี้ยว
    ณ ห้องฝึกอบรม สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ นางสาวสงกรานต์ ลาเวียง และ นางอารีลักษณ์ เต็มตระกูล โทรศัพท์ 0-2942-8629-35 ต่อ 223, 221 โทรสาร 0-2940-6455
    จัดโดยสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    E-mail : ifrskl@ku.ac.th
    Website : www.ifrpd.ku.ac.th
  • วันอังคารที่ 23 - วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน 2551 : การจัดทำระบบ HACCP ในอุตสาหกรรมอาหารของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
    ณ ห้องซากุระ ชั้น L โรงแรมจัสมิน ถ.สุขุมวิท 23 กรุงเทพฯ
    สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณอัศรี สัมมเสถียร แผนกบริการฝึกอบรม โทร. 0-2886-8088 ต่อ 2205 โทรสาร 0-2886-8104
    จัดโดยสถาบันอาหาร
    E-mail : training@nfi.or.th
    Website : www.nfi.or.th
  • วันอังคารที่ 23 - วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน 2551 : การใช้วัตถุเจือปนอาหารในอุตสาหกรรมอาหาร (รุ่นที่ 2/2551)
    ณ ห้องออร์คิด 4 ชั้น 11 โรงแรมจัสมิน ถ.สุขุมวิท 23 กรุงเทพฯ
    สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณชุติมา นพอาจ แผนกบริการฝึกอบรม โทร. 0-2886-8088 ต่อ 2209 โทรสาร 0-2886-8104
    จัดโดยสถาบันอาหาร
    E-mail : training@nfi.or.th
    Website : www.nfi.or.th
  • วันจันทร์ที่ 29 กันยายน 2551 : สารก่อภูมิแพ้ในอาหาร (Food Allergen)
    ณ ห้องลีลาวดี โรงแรมรามาการ์เดนท์ ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ
    สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณอัศรี สัมมเสถียร แผนกบริการฝึกอบรม โทร. 0-2886-8088 ต่อ 2205 โทรสาร 0-2886-8104
    จัดโดยสถาบันอาหาร
    E-mail : training@nfi.or.th
    Website : www.nfi.or.th
เกร็ดความรู้

เรื่องของน้ำผัก

     สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ คนเมืองใหญ่ที่อยู่ในบรรยากาศเป็นพิษมาก ๆ ยิ่งต้องห่วงเรื่องสุขภาพเป็นพิเศษ คนจำนวนหนึ่งเริ่มหันไปดูแลสุขภาพโดยพยายามพึ่งธรรมชาติ เข้าใกล้ธรรมชาติให้มาก ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติจึงเป็นตัวเลือกของคนหลาย ๆ คน รวมทั้งผลิตภัณฑ์น้ำผัก

     น้ำผัก โดยวิธีการทำก็คล้ายคลึงกับน้ำผลไม้ คือ อาศัยการคั้นแยกส่วนของเหลว ออกมาจากส่วนที่เป็นกาก หรือเส้นใย ได้เป็นน้ำผักสดพร้อมดื่มได้ทันที เหมือนที่เราดื่มน้ำส้มคั้น น้ำอ้อย

     ทำไมเราถึงเลือกน้ำผักแทนการรับประทานผักสดโดยตรง ทฤษฎีก็คือ อาหารที่เรารับประทานเข้าไป ต้องผ่านกระบวนการย่อย ผักสดก็เช่นเดียวกัน ในการย่อยต้องใช้พลังงาน นั่นคือพลังงานที่มีอยู่ในผักสดต้องถูกดึงมาใช้ นอกจากนั้น การย่อยต้องใช้เวลา ผักสดอยู่ในทางเดินอาหารนาน คุณค่าอาหารจะเสียไปเล็กน้อย ร่างกายได้สารอาหารไม่เต็มตามที่มีอยู่ในผักสด โดยเฉพาะผู้ป่วย ผู้ที่ระบบย่อยอาหารไม่สมบูรณ์ ยิ่งดูดซับสารอาหารได้ในประสิทธิภาพที่ต่ำลง

     แต่ถ้าหากเลือกดื่มน้ำผัก ระบบทางเดินอาหารสามารถดูดซับสารอาหารไปใช้ได้รวดเร็วขึ้น พูดง่าย ๆ คือ ย่อยได้ง่ายกว่านั่นเอง ได้คุณค่าอาหารค่อนข้างครบ

     มีข้อมูลงานค้นคว้าใหม่ ๆ แสดงให้เห็นว่า คนที่สุขภาพดี ระบบย่อยอาหารจะสลายพันธะของสารอาหาร แล้วดูดซับได้ 35 เปอร์เซ็นต์ คนสุขภาพไม่ดี ความสามารถตัวนี้จะเหลือ 1 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าดื่มน้ำผัก ระบบย่อยอาหารจะสลายพันธะแล้วดูดซับได้ 92 เปอร์เซ็นต์

     นี่ก็เป็นข้อมูลของการนำน้ำผักมาใช้ และเป็นที่นิยมกันอยู่ทั่วไป ในบรรดาผู้นิยมการรักษาสุขภาพแนวใหม่ โดยตัวน้ำผักเองมิใช่ยารักษา เพียงแต่ไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารที่จะมารักษาโรคต่าง ๆ โดยจะไปกระตุ้นที่ระบบภูมิคุ้มกันเป็นอันดับแรก ตามแนวคิดที่ว่า ร่างกายสามารถซ่อมสร้างตัวเองได้ โดยอาศัยวัตถุดิบที่มีอยู่ในธรรมชาติ

     มีงานวิจัยที่น่าสนใจชิ้นหนึ่ง (Ito Y, Maeda S, Sugiyama T. Suppression of 7,12-dimethylbenz[a]anthracene-induced chromosome aberrations in rat bone marrow cells by vegetable juices. Mutat Res. 1986;172:55-60.) งานนี้เป็นการศึกษาผลของน้ำผัก ต่อการลดอิทธิพลของสาร 7,12 -dimethylbenz[a]anthracene (DMBA) สารนี้จะไปเหนี่ยวนำให้เกิดการผิดรูปผิดร่างของโครโมโซมในเซลล์ไขกระดูกหนู อันเป็นรูปแบบหนึ่งของมะเร็ง

     วิธีการวิจัยก็คือ ทีมงานจะให้หนูกลุ่มละหกตัว ดื่มน้ำผักชนิดต่าง ๆ ทั้งน้ำผักสด และน้ำผักต้ม บางกลุ่มได้รับน้ำผักโดยการฉีดโดยตรง และมีกลุ่มควบคุมให้ดื่มน้ำ ผลที่ได้ก็คือ น้ำผักที่ได้จาก หอมหัวใหญ่ รากหญ้าเจ้าชู้ มะเขือม่วง กะหล่ำ ทั้งน้ำผักสด และน้ำผักต้ม มีส่วนลดอิทธิพลของสาร DMBA ได้ ส่วนน้ำผักสดของฟักทองจะเพิ่มอิทธิพลของสารนี้ ในขณะที่ถ้าเป็นน้ำฟักทองต้มจะลดอิทธิพลของสารดังกล่าว

     จากข้อมูลงานวิจัยชิ้นนี้ เราพอจะเห็นได้ว่า น้ำผักมีส่วนลดอาการของโรคบางอย่างได้ แต่ในรูปแบบใดนั้นกลับเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน คนอาจจะคิดว่า ฟักทองมีวิตามินเอมาก ก็คั้นน้ำมากินสด ๆ แล้วอาจเป็นมะเร็งก็ได้

     วิธีปฏิบัติที่ใช้กันทั่วไปนั้น เราจะไม่ดื่มน้ำผักแทนการรับประทานผักสดทั้งหมด ในแต่ละมื้อที่เรารับประทาน คือ รับประทานผักสดมีใบด้วย 1 จาน ดื่มน้ำผักประมาณ 1 ถ้วย จะทำให้ร่างกายได้รับทั้งกากใยที่ช่วยในระบบขับถ่าย และได้สารอาหารเต็มที่จากผัก น้ำผักที่นิยมกันมากก็คือ น้ำแครอท (ตามที่ศึกษาข้อมูล จะไม่พบการดื่มน้ำผักรวม) หรืออาจจะดื่มน้ำแอปเปิ้ลที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง น้ำผักกับน้ำผลไม้

     การปั่นผักหลายชนิดรวมกันนั้น ทางกระทรวงสาธารณสุขเองก็ให้ข้อคิดเห็นไว้ว่า ของเหลวที่เกิดขึ้น อาจเกิดปฏิกิริยาทำลายคุณค่าของสารอาหารบางตัว โดยเฉพาะวิตามินเอกับวิตามินซี นอกจากนั้น ก็มีเรื่องของความสะอาดของผักที่นำมาปั่น ถ้าไม่สะอาดก็ก่อให้เกิดผลเสีย (นี่เป็นเรื่องพื้นฐานอยู่แล้ว)

     แล้วการเติมน้ำตาล หรือ น้ำผึ้ง ลงไปนั้น จะมีผลอย่างไร? องค์ประกอบหลักของน้ำผึ้งคือ น้ำตาล ใน 100 กรัมของน้ำผึ้ง มีน้ำตาลรูปแบบต่าง ๆ ราว 82.4 กรัม เป็นน้ำ 17.1 กรัม โปรตีน กรดอะมิโน เกลือเร่ และวิตามิน 0.5 กรัม คิดเป็นพลังงาน 304 กิโลแคลอรี นอกจากนั้น ในน้ำผึ้งยังพบกรดอะเซติลซาลิก (acetylsalic acid) ที่เป็นสารหลักในยาแอสไพรินด้วย

     เพราะฉะนั้น น้ำผึ้งก็คือน้ำตาลที่มีคุณค่าอาหารมากกว่าน้ำตาลที่เราใช้ปรุงอาหารทั่วไป จึงไม่ใช่เรื่องเสียหายมากนัก ถ้าเราจะใช้น้ำผึ้งแทนน้ำตาลในชีวิตประจำวันของเรา ข้อควรระวังประการเดียวก็คือ อย่าให้เราได้รับน้ำตาลมากนัก (ก็เป็นสิ่งที่ควรประพฤติของคนทั่วไปอยู่แล้ว) การเติมสารให้ความหวานลงไปในน้ำผัก ก็เป็นเพียงการปรุงรสให้เราดื่มได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

     ข้อเสียของน้ำผึ้งที่อาจจะมีก็คือ มีรายงานบางชิ้นแจ้งว่า อาการเสียชีวิตกะทันหันในทารกอายุต่ำกว่า 7 เดือน เกี่ยวข้องกับน้ำผึ้ง อาการเสียชีวิตของทารกแบบนี้ อันที่จริงยังเป็นเรื่องไม่แน่ชัด แต่เกิดจากสารพิษ โบทูลิน จากแบคทีเรีย Clostridium botulinum แบคทีเรียนี้มีอยู่ในธรรมชาติ ตัวมันเองไม่เป็นอันตราย แต่อาจก่อให้เกิดสารพิษที่พูดถึงได้ น้ำผึ้งก็มีโอกาสมีแบคทีเรียชนิดนี้ แต่ขอย้ำว่า มีรายงานไม่กี่ชิ้นเท่านั้นที่รายงานว่าพบสารนี้ในน้ำผึ้ง และอาการนี้จะไม่เกิดกับทารกอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป

     ข้อมูลเรื่องน้ำผักที่สามารถรักษาโรคต่าง ๆ นั้น ส่วนมากเป็นข้อมูลกรณีศึกษา ผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะผ่านการบำบัดตามการแพทย์สมัยใหม่มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การฉายรังสี บำบัดด้วยสารเคมี การผ่าตัด เมื่อไม่หายก็หันไปใช้วิธีอื่น โดยการปรับการใช้ชีวิต อาหารการกิน หลาย ๆ อย่าง ไม่ใช่จะพึ่งน้ำผักอย่างเดียว และก็มีทั้งผู้ที่หาย ดีขึ้น อยู่ได้นานกว่าที่ประมาณไว้ และไม่ได้ผล

     สำหรับคนทั่วไป ในเมื่อข้อมูลที่จะชี้ชัดในเรื่องเหล่านี้ยังมีไม่มากพอ เราก็หันไปหาหลักการตามที่เราเคยเรียนมาตั้งแต่เด็กจะสบายใจกว่า นั่นคือ รับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ออกกำลังกาย และอย่าลืมว่า น้ำผักมิอาจแทนผักสด คุณต้องรับประทานผักสด ทั้งต้น ทั้งใบด้วย จะดีที่สุดถ้าเป็นผักที่ปลูกเองโดยไม่ใช้สารเคมี

แหล่งข้อมูล : Center for Alternative Medicine Research in CancerWhy Juice? โดย Rev. George Malkmusหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2541
http://members.tripod.com/~inScience/juice.htm

บอกเล่าเก้าสิบ

     เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2551 เจ้าหน้าที่ BDS ได้มีส่วนร่วมในการจัดงานสัมมนาวิชาการ การนำเสนอผลงานวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา ภายใต้โครงการสร้างภาคีในการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาโท-เอก ณ ห้องบอลรูม ซี และห้องรวยสุข โรงแรมมารวย การ์เด้น ในช่วงเช้าได้มีการเสวนาเรื่อง “ภาคีบัณฑิต...สร้างบัณฑิตคุณภาพ...เพื่อภาคอุตสาหกรรม” ให้ทรรศนะโดยผู้เชี่ยวชาญทั้งในภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ในหัวข้อ “ภาคีบัณฑิต....ทรรศนะจากภาคอุตสาหกรรม” โดย ดร.นิลวรรณ เพชระบูรณิน โฆษกกรรมาธิการวิทยาศาสตร์วุฒิสภา อดีตประธานและผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทเบรีย, “4 ปี...กับความก้าวหน้าของโครงการภาคีบัณฑิต” โดย ดร.นงลักษณ์ ปานเกิดดี ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และ “มุมมองจากภาคการศึกษา...สู่การพัฒนาภาคีบัณฑิต” โดย ผศ.ดร.วิบูลย์ วัฒนาธร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพ มหาวิทยาลัยนเรศวร หลังจากนั้นเป็นการนำเสนอผลงานวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาทั้งในสาขาอุตสาหกรรมชีวภาพ และ สาขาพลังงาน วัสดุ และสิ่งแวดล้อม

   

หน้า 2 | จดหมายข่าวย้อนหลัง

 

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร
35 เทคโนธานี ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
โทร.: (662) 577-9000,577-9155-6 โทรสาร : (662) 577-9009, 577-9128

Email : w_sorada@yahoo.com